แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเตรียมตัวรับภัยพิบัติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเตรียมตัวรับภัยพิบัติ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สิ่งที่ควรมีในถุงยังชีพ

ตอนนี้ทุกคนอยู่ในภาวะน้ำท่วม ขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม แต่ของบางสิ่งบางอย่างก็ยังเป็นสิ่ง
ที่ต้องการของผู้ประสบภัย ถ้ามีผู้ที่จะจัดของไปบริจาค ก็ขอให้ติดสิ่งต่าง ๆเหล่านี้ไปบ้าง
ก็จะเป็นประโยชน์ได้บ้างไม่มากก็น้อย

1.กระดาษชำระ เป็นสิ่งจำเป็นใช้ในภาวะที่ถูกตัดน้ำ เพราะจะได้ใช้เช็ดมือ ทำความสะอาดในเวลา
ปลดทุกข์
2.กางเกงในกระดาษ ก็น่าจะนำไปบริจากมากเพราะว่าในกรณีของผู้หญิง ถ้าเกิดเป็นช่วงวันนั้นของเดือน
คงจะไม่สบายนัก ควรจะมีเพื่อเปลี่ยนให้มีความสะอาด
3.ผ้าอนามัย สำหรับผู้หญิงทั้งหลายยังไงก็มีความสำคัญมากเพราะออกไปซื้อไม่ได้ 
4.ผ้าอ้อมสำเร็จรูป
5.นมผงสำหรับชงของผู้ใหญ่ + น้ำต้มสุก เพื่อเพิ่มสารอาหารที่จำเป็นให้กับผู้ใหญ่ที่ขาดอาหารหลายวัน
การที่ได้รับประทานแต่ม่าม่านั้น ก็ควรมีอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ
6.ด่างทับทิม ใช้ในการฆ่าเชื้อโรคและ ล้างผักผลไม้ ใช้ได้สารพัดประโยชน์
7.สารส้ม มีคุณสมบัติทําให้นํ้าตกตะกอน เผื่อว่าขาดน้ำจำเป็นจริง ๆ ก็นำนํ้าที่เราตักมาเก็บเอาไว้ในโอ่ง ถ้าเหลือง เราก็เอาสารส้มมากวน แล้วที้งไว้สักพัก นํ้าก็จะตกตะกอน ได้นํ้าที่ใสสะอาด
8.ยาแก้ปวด
9.แชมพูสระผม
10.อาหารสุนัข หมา-แมว
11.ถุงดำ

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2554

อุปกรณ์จำเป็นในการดำรงชีพ

อุปกรณ์จำเป็นในการดำรงชีพ

ในสถานการณ์สงคราม อุทกภัย แผ่นดินไหว


เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม
1.เสื้อ กันหนาว/กันน้ำ 1 ตัว
2. เสื้อกันหนาว 5 ตัว
3. เสื้อแขนยาว 4 ตัว
4. เสื้อแขนสั้น 4 ตัว
5. กางเกงขายาวสนาม 3 ตัว
6.กางเกงขาสั้น 4 ตัว
7. ชุดชั้นในแบบ บ๊อกเซอร์ 6 ตัว
8. ผ้าขาวม้า 2 ผืน
9. ผ้าถุง 1 ผืน
10. ถุงนอน 3 ผืน(ใช้แทนผ้าห่ม)
11.ถุงเท้า (คอตตอน 80%) ....... คู่
12. หมวกผ้าแบบปีก 3 ใบ
13.รองเท้าผ้าใบ 2 คู่
14.รองเท้าสานแบบรัดส้น 1 คู่
15.เสื้อกันฝนแบบแจ็คเกต 3 ตัว
16. เสื้อยืด 4 ตัว
17. ผ้าพันคอ 3 ผืน
18. หมวกไหมพรหม
19. ถุงมือแบบผ้า 3 คู่
20.ถุงมือหนังสำหรับไต่เชือก 2 คู่
21.เป้ สัมภาระ 3 ใบ
22.เสื้อกันฝนแบบปันโจ (แบบใส 6 ตัว) แบบทหาร 1 ตัว
เวชภัณฑ์และเครื่องมืออุปกรณ์ปฐมพยาบาล
1.ยาแก้ไข้ พาราเซตามอล/ไทลินอล
2. ยาธาตุ
3. เกลือแร่ผง
4. ยาฆ่าเชื้อในลำไส้
5. ยาเคลือบกระเพาะเม็ด
7. ยาแก้ไข้/ปวดหัว
8. ยาแก้แพ้
9. ด่างทับทิม
10. คาลาไมล์
11. ยาหม่อง
12. ทิงเจอร์ไอโอดีน
13. แอลกอฮอล์
14. ยาทาเคล็ดขัดยอกแบบเจล
15. ยาทากันยุง
16. สเปร์ฉีดกันยุง
17. น้ำยา ฆ่าเชื้อ
18.กรรไกร
19.สำลีม้วน
20. พลาสเตอร์ยาแผ่นเล็ก
21. ผ้าพันแผล
22. ผ้ายืดม้วน
23. สก๊อตเทป
24. กรรไกร
25.ถุงมือยาง
26. ผ้าปิดจมูก
25.ชุดทำแผล 3 ชุด
26. สนับเขา
27.อังเคิล (สนับข้อเท้า)
28. ยาทำน้ำบริสุทธิ์ 1 แผง = 10 เม็ด
(ใช้ด่างทับทิมแทนได้ 2-3 เกล็ดเท่านั้น/น้ำ 1 ลิตร รอ 30 นาที )
29.ผ้าพันแผลแบบสามเหลี่ยม 1 ผืน
30.ยางรัดห้ามเลือด 2 เส้น

เครื่องใช้และอุปกรณ์ที่พัก
1. ขวดใส่น้ำ 2 ขวด
2. กระติกน้ำดื่ม 3 ใบ
3. เต็นท์ 3 หลัง
4. เปลผ้าไนล่อน 3 ผืน
5. ผ้าพลาสติก/FLYSHEET 3 ผืน
6. มุ้ง 2 หลัง
7. เสื้อกันฝนแบบปันโจ 1 ผืน
8. เชือกไนล่อนขนาดเล็กสำหรับผูกกางผ้ากันฝน............เส้น
9. เชือกขนาด 10-12 มม.(ใช้ข้ามลำน้ำ/ไต่ภูเขา) 3 เส้น
10.ยาสีฟัน
11.แปรงสีฟัน
12.แว่นตา
13.มีดโกน
14. วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง
15.ไฟฉายขนาดถ่าน AA จำนวน 5 กระบอก ขนาดถ่าน AAA จำนวน 1 กระบอก
(ไม่ควรใช้ เพราะใช้ถ่านแตกต่างกันและเปลี่ยนอะไหล่แทนกันไม่ได้)
ขนาดถ่าน D จำนวน 3 กระบอก ไฟฉายแบบชาร์ตแบเตอรี่ 1 อัน
ไฟฉายแบบปั้มด้วยมือ 2 อัน /แบบกันน้ำ 1 กระบอก
16. แบตเตอรี่วิทยุสื่อสารและ ไฟฉาย
17. ไม้ขีด / ไฟแช๊ก 2 กล่อง แท่งจุดไฟ 2 อัน เทียนไข 2 ห่อ
18.น้ำมันก๊าด 1.50 ลิตร ขี้ไต้ เชื้อเพลิง / ถ่าน แอลกอฮอล์เหลว/แข็ง 1 กระป๋อง
19. มีดเดินป่า/ มีดล่าสัตว์(มีดโบวี่) 4 เล่ม มีดพับ 3 อัน
20. ขวาน 2 เล่ม
21. กรรไกร ช้อน / ส้อม
23. จาน / ชาม
24. ตะเกียง
25. หม้อ สนาม 2 ใบ, กระทะ 1 ใบ เตาเชื้อเพลิงแข็ง 1 อัน
26. กระดาษชำระ
27. ถุงดำ
28. ไขควงตรวจไฟ ไขควง 2 หัว ประแจ คีม ค้อน ตะปู
29. พลั่วสนาม 1 เล่ม
30. แผนที่ 2 ฉบับ เข็มทิศ 2 เรือน
31. นกหวีด 4 อัน กระจกเงา
32. รถยนต์/ จักรยานเสือภูเขา เรือยาง
33. น้ำมันเชื้อเพลิง ดีเซลสำรอง 1 ถังๆละ 30 ลิตร 1 ถัง(มีถังเปล่าอีก 1 ถัง)
34.อะไหล่ยานพาหนะ
35. เครื่องมือซ่อมรถ 1 กล่อง
36. กล่องสัมภาระ 3 กล่อง กล่องอุปกรณ์แสงสว่าง 1 กล่อง
เป็นอุปกรณ์ที่เตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2554

ปรากฏการณ์ Super Moon

ปรากฎการณ์ Super Moon คือปรากฎการณ์ที่ดวงจันทร์โคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุด
และอาจเกิดผลกระทบต่อโลกได้ โดยมีนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษา ในเรื่องการโคจรของดวงจันทร์
ระบุว่าในวันที่ 19 มีนาคม 2011 นี้ จะเกิดเหตุการณ์ดวงจันทร์จะโคจรเข้าใกล้โลก
หรือที่เรียกว่า “lunar perigee” โดยมีระยะห่างเพียง 221,567 ไมล์

ซึ่งทางองค์การนาซ่า ได้แจ้งว่าระยะทางห่างโดยปกติของดวงจันทร์กับโลกจะอยู่ที่
ประมาณ 356,577 กิโลเมตร และเนื่องจากดวงจันทร์มีระยะห่างจากโลกไม่เท่ากันในแต่ละคืน
เพราะไม่ได้โคจรรอบโลกเป็นวงกลม ทำให้แต่ละเดือน จะมีช่วงที่ดวงจันทร์โคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุด หรือที่เรียกว่า Perigee ซึ่ง โดยปกติแล้วจะอยู่ใกล้โลกมากที่สุดในระยะห่างประมาณ 363,104 กิโลเมตร และช่วงที่ดวงจันทร์โคจรห่างโลกมากที่สุด หรือ Apogee อยู่ที่ระยะห่างประมาณ 405,696 กิโลเมตร แต่ช่วงเวลาที่มันโคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุด และยังเป็นดวงจันทร์เต็มดวงด้วย จะมีให้เห็น 2-3 ปีต่อ 1 ครั้งเท่านั้น แต่ในปีนี้ ดวงจันทร์จะอยู่ในจุดที่ใกล้กว่าทุก ๆ ครั้ง ในรอบ 19 ปีที่ผ่านมา

ดังนั้น ซูเปอร์มูนที่กำลังจะเกิดขึ้นในคืนวันที่ 19 มีนาคมนี้ จึงเป็นปรากฎการณ์ที่น่าจับตาดูมาก
เลยทีเดียว เพราะเราคงได้เห็นดวงจันทร์แบบใกล้ๆ ว่าสวยงามเพียงใด





ทั้งนี้โดยเชื่อกันว่าเมื่อดวงจันทร์โคจรเข้าใกล้โลกในระยะที่ใกล้ผิดปกติ แรงดึงดูดของดวงจันทร์
อาจจะส่งผลให้เกิดความหายนะบางอย่างขึ้นบนโลกได้ และอาจจะเกิดผลกระทบกับโลกในด้าน
ภัยพิบัติต่าง ๆ

เช่น การเกิดแผ่นดินไหว และการปะทุของภูเขาไฟ ซึ่งมีผลต่อระดับน้ำในทะเลที่อาจจะก่อให้เกิด
คลื่นสึนามิได้

เนื่องจากชั้นบรรยากาศของโลกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไป โดยเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า
ซุปเปอร์มูน (super moon)

ซึ่งการเกิดปรากฎการณ์ Super Moon นี้ จะเกิดขึ้นในวันที่ 19-20 มีนาคม 2554
ซึ่งเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงพอดี โดยที่เราจะมองเห็นพระจันทร์ดวงใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 14%
และจะสว่างกว่าคืนพระจันทร์เต็มดวงปกติ ถึง 30%





นอกจากนี้ ดวงจันทร์ยังอาจส่งผลให้โลกเกิดน้ำขึ้นน้ำลงมากกว่าปกติก็เป็นได้ ซึ่งโดยปกติดวงจันทร์ก็มีอิทธิพลต่อน้ำขึ้นน้ำลงอยู่แล้ว แต่จากเหตุการ Supper Moon นี้อาจมีผลมากกว่าที่เคยเป็นก็ได้ กล่าวคือ ระยะเวลาที่น้ำขึ้นก็ขึ้นสูงมาก
ขณะที่เมื่อน้ำลง น้ำก็จะลดลงมากกว่าปกติเช่นกัน
แต่อย่างไรก็ดี นายเดวิด ฮาร์แลนด์ นักประวัติศาสตร์อวกาศได้ออกมาเปิดเผยว่า ดวงจันทร์
คงไม่ได้มีอิทธิพลถึงขั้นที่จะทำให้โลก

เกิดภัยพิบัติได้ขนาดนั้น มันอาจจะส่งผลกระทบเพียงแค่ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลงมากกว่าที่เคยเป็นเท่านั้น จะไม่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดแต่อย่างใด แต่หากเกิดภัยพิบัติใด ๆ เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ก็คงเป็นความบังเอิญที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เกิดซูเปอร์มูนเท่านั้น ไม่ได้มาจากอิทธิพลของดวงจันทร์อย่างแน่นอน





โดยก่อนหน้านี้ปรากฏการ Super Moonได้เคยขึ้นมาแล้วหลายครั้งมาแล้วในอดีต
โดยเกิดในปี 1955, 1974, 1992, และ 2005

และทุกครั้งที่มันเกิด จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศบนโลก
เช่น การเกิดสึนามิ ที่คร่าชีวิตถึงไปหลายแสนคนในประเทศอินโดนีเซีย รวมทั้งประเทศไทย
เพียงสองสัปดาห์ก่อนเกิดซุปเปอร์มูนในเดือน มกราคมปี 2005
และในปีดังกล่าวก็มีภัยพิบัติ และสภาพอากาศที่เลวร้ายเกิดขึ้นบนโลกในช่วงที่เกิด
ปรากฎการณ์ซูเปอร์มูนพอดี



และจากรายงานภัยพิบัติระบุว่า
ในปี ค.ศ.1938 พายุเฮอริเคนได้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับซูเปอร์มูน
ในปี ค.ศ.1955 ได้เกิดน้ำท่วมในฮันเตอร์วัลเลย์ ในออสเตรเลียในช่วงซูเปอร์มูนเช่นกัน
และในปี ค.ศ.1974 ซูเปอร์มูนก็เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับพายุไซโคลนเทรซี่
ที่สร้างความเสียหายมหาศาลในเมืองดาร์วิน ออสเตรเลีย
ส่วนในปี ค.ศ.2005 ก่อนที่จะเกิดปรากฎการณ์ซูเปอร์มูนเพียงไม่กี่วัน
ก็มีเหตุการณ์สึนามิเกิดขึ้นในอินโดนีเซียคร่าชีวิตผู้คนหลายหมื่นคนไปในช่วงเวลานั้น

ซึ่งข้อมูลดังกล่าว ทำให้หลายคนเชื่อว่า มีความเป็นไปได้ที่การเกิดซูเปอร์มูนนี้จะมาพร้อมกับภัยพิบัติบางอย่างเช่นกัน


เคน ริง นักโหราศาสตร์เจ้าของฉายา "มูนแมน"
ที่พยากรณ์อากาศและการเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ บนโลกด้วยดวงจันทร์

ได้ออกมาเตือนว่า ในช่วงค่ำคืนซูเปอร์มูนที่จะถึงนี้ อาจเกิดแผ่นดินไหวในเมืองไครซท์เชิร์ช นิวซีแลนด์ขึ้นอีกครั้ง และอาจมีความรุนแรงมากกว่าเดิม โดย เคน ริง ได้ออกมาเปิดเผยคำทำนายดังกล่าว
หลังจากที่เขาเคยโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เพื่อเตือนว่า
มีความเป็นไปได้สูงว่าแผ่นดินไหวครั้งใหญ่

จะเกิดขึ้นในไครซท์เชิร์ช ระหว่างวันที่ 15-25 กุมภาพันธ์ โดยเฉพาะวันที่ 18 ในเมืองไครซท์เชิร์ช
หรืออาจคลาดเคลื่อนได้ประมาณ 3 วัน ซึ่ง หลังจากเผยแพร่คำทำนายได้เพียง 1 สัปดาห์
เหตุการณ์แผ่นดินไหวก็ได้เกิดขึ้นจริงในเมืองไครซท์เชิร์ช

ตามคำทำนายของเขา โดยเกิดขึ้นในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา


อย่างไรไม่ว่าจะเกิดอะไร หรือจะมีภัยพิบัติเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เราก็ต้องรอดูกันต่อไป
แต่ถ้าจะเกิดเหตุการณ์อะไร ก็ขอให้ทุกคนมีสติ อย่าตื่นตระหนกเกินไป


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก kapook.com

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2554

วิธีปฎิบัติตัวเมื่อเกิดน้ำท่วม

อุทกภัย น้ำท่วม

เกิด จากฝนตกหนังต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน บางครั้งทำให้เกิดแผ่นดินถล่ม 
อาจมีสาเหตุจากพายุหมุนเขตร้อนลมมรสุมมีกำลังแรง
ร่องความกดอากาศต่ำมีกำลังแรง
อากาศแปรปรวน น้ำทะเลหนุน แผ่นดินไหว เขื่อนพัง ทำให้เกิดอุทกภัยได้เสมอ


อุทกภัยแยกออกเป็น


น้ำป่าหลาก เกิดจากฝนตกหนักบนภูเขา ต้นน้ำลำธารและไหลบ่าลงที่ราบอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีต้นไม้ ช่วยดูดซับ
ชะลอกระแสน้ำ ความเร็วของน้ำ ของท่อนซุง และต้นไม้ ซี่งพัดมาตามกระแสน้ำจะทำลายต้นไม้ อาคาร ถนน สะพาน
และชีวิตมนุษย์และสัตว์ได้

น้ำท่วมขัง น้ำเอ่อนอง เกิดจากน้ำล้นตลิ่ง มีระดับสูงจากปกติท่วมแช่ขัง ทำให้การคมนาคมหยุดชะงัก
เกิดโรคระบาดได้ ทำลายพืชผลเกษตรกร

คลื่นซัดฝั่ง เกิดจากพายุลมแรงซัดฝั่ง ทำให้น้ำท่วมบริเวณชายฝั่งทะเล บางครั้งมีคลื่นสูงถึง 10 เมตร
ซัดเข้าฝั่งทำลายทรัพย์สินและชีวิตได้


การป้องกันและลดความเสียหายจากอุทกภัย
  • ติดตามฟังข่าวอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้อพยพ
    ควรรีบอพยพไปอยู่ในที่สูง อาคารที่มั่นคงแข็งแรง ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
    • ถ้า อยู่ที่ราบให้ระมัดระวังน้ำป่าหลากจากภูเขาที่ราบสูงลงมา
      กระแสน้ำจะรวดเร็วมาก
      ควรสังเกต
      เมื่อมีฝนตกหนักติดต่อกันบนภูเขาหลายๆ วัน
                        ให้เตรียมตัวอพยพขนของไว้ที่สูง
  • ถ้าอยู่ริมน้ำให้เอาเรือหลบเข้าฝั่งไว้ในที่จะใช้งานได้เมื่อเกิดน้ำท่วม เพื่อการคมนาคม
    ควรมีการวางแผนอพยพว่าจะไปอยู่ที่ใด พบกันที่ไหน อย่างไร
  • เมื่อมีกระแสน้ำหลาก จะทำลายวัสดุก่อสร้าง เส้นทางคมนาคม ต้นไม้ พืชไร่ได้
    ให้ระวังกระแสน้ำพัดพาไป
    อย่าขับรถยนต์ฝ่าลงไปในกระแสน้ำหลาก แม้บนถนนก็ตาม
    อย่าลงเล่นน้ำ อาจพบอุบัติภัยอื่นๆ อีกได้
  • หลังจากน้ำท่วมจะมีขัง จะเกิดโรคระบาดในระบบทางเดินอาหารทั้งคนและสัตว์
    ให้ระวังน้ำบริโภค ควรสะอาด ต้มสุกเสียก่อน
ที่มาhttp://www.bloggang.com/viewblog.php?id=embracingislam&group=60

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2554

มาทำที่หลบภัยยามเกิดภัยพิบัติกันเถอะ

 การเตรียมตัวรับภัยพิบัติอีกข้อหนึ่งคือ ควรหาที่หลบภัย
ซึ่งถ้าถึงตอนเกิดภัยบัติแล้ว ตอนนั้นไม่คิดจะไปไหน ก็ตั้งหลักที่"บ้านตัวเอง"ดีกว่า ซึ่งบ้านควรจะมีความแข็งแรง และควรดัดแปลงให้มี "ห้องนิรภัย" ขนาด ประมาณเข้าไปนั่งหรือนอนได้ให้พอสำหรับ 4-5 คน ทำจากวัสดุผสมมีช่องระบายอากาศ กรองด้วยตะแกรงพลาสติกและแผ่นคาร์บอนของตู้ปลา และบุภายในด้วยแผ่นฟรอยด์หลายๆชั้นเพื่อป้องกันรังสี เก็บเสียง วางใว้ในตัวบ้านบนชั้นสอง..และมีอุปกรณ์ที่จำเป็นอยู่ในนั้นด้วย

ทดลองออกแบบห้องนิรภัยมาเป็นตัวอย่าง
อันนี้เฉพาะการป้องกันร่างกาย
 
***วัสดุและการสร้าง***
โครงสร้างใช้เหล็กเส้น สานหรือถักเป็นตารางสี่เหลี่ยม ช่องละประมาณ 30 ซม.(ทำ2ชั้น) เว้นช่องตรงกลางผนังให้กว้างราว 10-15 ซม.ใส่แผนฟรอยด์หลายๆชั้น ผงถ่านคาบอนด์ หรือบรรจุกระป๋องน้ำอัดลมไว้ภายในให้เต็มช่อง เพื่อให้น้ำหนักเบา ประกบฝาด้วยไม้อัดเรซิ่นหรือไฟเบอร์อย่างหนา ทั้ง 2 ข้าง แล้วเททรายใส่ให้เต็มช่องผนังอย่าให้มีช่องว่าง

ภายในติดโคมไฟแขวน+แบตตารี่ มีช่องเก็บของซ่อนใต้พื้น เก็บอาหารแห้ง มีช่องที้งขยะผ่านท่อฟรอยด์ออกไปภานนอก

มีช่องระบายอากาศให้ถ่ายเทได้ ผ่านแผ่นกรองคาบอนด์ เลื่อนปิด-เปิดได้
ใช้ป้องกันรังสีนิวเคลียร์ได้ระดับหนึ่ง ช่วยให้คนในครอบครัวปลอดภัย ในงบประมาณไม่เกินหมื่นบาท (ถ้าทำเอง) ภายในก็มีผ้าห่มกันรังสี ด้วยก็ยิ่งดี
เอาไว้เป็นแนวทางเอาไปปรับใช้กันเองได้ ตามขนาดที่พอใจ...หรือสร้างเป็นก็ทรง"ปิรามิด"ยิ่งดี..ไว้นั่งสมาธิและได้เรื่องพลังอีกด้วย (คงต้องช่วยกันคิดปรับปรุงอีก ขอความเห็นเพิ่มเติมด้วยครับ..)



รูปขนาดเล็ก
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเวปพลังจิตค่ะ
โดยคุณ kananun

การเตรียมตัวรับภัยพิบัติ

เมื่อวานได้เกิดสึนามิที่ญี่ปุ่น ดูข่าวแล้วเศร้าใจ คงถึงเวลาที่โลกเรามีการเปลี่ยนแปลง
ในด้านที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่มวลมนุษย์ เนื่องจากภาวะโลกร้อน ทำให้เกิดปฏิกิริยา
ต่าง ๆ ขึ้นมา ทำให้รู้สึกว่าทุกๆ ที่ในโลกนี้เริ่มไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว
ดังนั้นจึงควรมีการเตรียมตัวไว้รับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น
การเตรียมตัวในที่นี้ไม่ได้หมายถึงจะต้องแตกตื่นรีบทำอะไร โดยที่ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

แต่คิดว่า เริ่มแรก พวกเราควรจะเตรียมใจ เตรียมพร้อมกับมือกับสถานะการณ์ต่าง ๆ ได้ทุกเมื่อ
เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา ก็สามารถแก้ไขสถานะการณ์นั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี
           สิ่งแรกที่เราควรจะมีในกรณีที่เกิดภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ร้ายแรงต่าง ๆ คือ
สติค่ะ มีสติอยู่กับตัวเป็นสิ่งจำเป็นมาก ในการที่จะพาเราให้พ้นจากเหตุการณ์ร้ายต่าง ๆ ได้

DON'T BE PANIC
อย่าตื่นตระหนกจนเกินไป

ภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

1. เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่
2. พายุถล่ม
3. แผ่นดินแยก และแผ่นดินไหว
4. ภูเขาไฟระเบิด
(จังหวัดทางภาคกลาง 2 ลูก, ภาคเหนือตอนล่าง 3 ลูก,
อีกทั้งที่จังหวัดราชบุรี / น่าน / แพร่ / อ.ร้องกวาง )
5. คลื่นยักษ์จากทะเล
6. โรคระบาดที่สุดจะเยียวยา ได้แก่ VIRUSTERIA , อหิวาตกโรคสายพันธุ์ใหม่
ผู้ได้รับเชื้อจะเสียชีวิตทันที ภายใน 6 วัน
7. คลื่นเสียงที่รุนแรง ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตจะไม่เคยได้ยินเสียงที่ดังขนาดนั้นมาก่อน
8. อดอยากขาดแคลนอาหาร

การเตรียมตัว เตรียมปัจจัยเพื่อตนเองและสมาชิกในครอบครัว

1. เตรียมอาหารและน้ำดื่ม ไว้ที่บ้านอย่างน้อย 3 - 6 เดือน
2. เครื่องนุ่งห่มเพื่อความอบอุ่นของร่างกาย
ได้แก่เสื้อผ้า กระเป๋าน้ำร้อน ผ้าห่ม ฯลฯ เพราะในช่วงเวลานั้นอากาศจะหนาวเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ
3. เครื่องใช้ที่จำเป็น เช่น ไฟฉาย
4. ที่อยู่อาศัย ที่หลบภัย
5. ยารักษาโรค
6. ด่างทับทิมและคาราไมล์ (จำเป็นมาก)
ห้ามกินอาหารที่ไม่ได้ล้างด้วยด่างทับทิม เพราะจะมีทั้งเชื้อโรคและสารกัมมันตรังสี
ส่วนคาราไมล์ จะมีไว้รักษาโรคทางผิวหนังที่ดูเหมือนจะยากต่อการรักษา แต่เมื่อทาคาราไมล์แล้ว
จะหายได้อย่างน่าอัศจรรย์
7. ยานพาหนะ เช่น เรือ เสื้อชูชีพ
8. เครื่องช่วยชีวิต
9. แสงสว่าง เช่นเทียน ตะเกียงพายุ (เวลานั้น ท้องฟ้าจะมืดมิด 7 วัน เท่ากับ 1 ราตรี
และจะมืดมิดรวม 7 ราตรี หรือ 49 วัน ไฟฟ้าจะดับทั่วโลก)
10. เตรียมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง
การดูแลตัวเองในช่วงเวลาวิกฤติ

1. ห้ามออกนอกบ้านโดยเด็ดขาด ใครมาเคาะประตูบ้านก็ห้ามเปิด ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นญาติสนิท หรือคนที่เรารู้จักก็ตาม
2. ห้ามตากฝน เพราะในฝนจะมีพิษ ทั้งเชื้อโรค สารเคมีที่มนุษย์สร้าง
3. ห้ามลุยน้ำหรือแช่น้ำนานๆ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องใช้ด่างทับทิมล้างทุกครั้ง
4. ห้ามเปิดประตูต้อนรับผู้อื่น เพราะช่วงเวลานั้น ประตูมิติของโลกทั้ง 3 ภพจะถูกเปิดเป็นครั้งแรก ผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องผีสาง จิตวิญญาณก็จะได้เห็น คนที่มาเยือน อาจเป็นผีเปรต ผีโขมด ที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราจำแลงมาก็เป็นได้ และห้ามอยากรู้อยากเห็นโดยเด็ดขาด
5. ห้ามกินเนื้อสัตว์ทุกชนิด
6. ห้ามกินผักที่ยังไม่ได้แช่ด่างทับทิม
7. ฝึกการกินน้อย ถ่ายน้อย
8. ระวังอากาศที่หนาวเย็น
9. ระวังสัตว์ร้าย สัตว์มีพิษ เช่น งูพิษ จระเข้
10. ห้ามอยู่ตึกสูงเกิน 3 ชั้น เพราะตึกสูงเกิน 3 ชั้น จะพังทลายราบเป็นหน้ากลอง

การเตรียมทางจิตวิญญาณ

1. ชำระกรรมให้เบาบาง ทำได้โดย
1.1 หยุดโลภ โกรธ หลง
1.2 ทำจิตให้สงบ เบิกบาน เพราะวันนั้นจะมีผู้ที่เส้นโลหิตในสมองแตก เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เพราะเสียงที่ดังกึกก้องไปกระตุ้นเส้นเลือดในสมองให้แตก ดังนั้นต้องปล่อยวาง ทำจิตให้เป็นบวก จะช่วยได้มาก
2. มีสำนึกทางจิตวิญญาณ
3. ฝึกการละวาง
4. มีสติรู้ตัวตลอดเวลา
5. ฝึกการทำโมฆกรรม ขออภัยต่อเจ้ากรรมนายเวร หรือผู้ที่เราล่วงละเมิด

การดูแลแก่นแท้ยามมีภัย

1. ได้ยินเสียงใด ให้ละวางเสียงนั้น / รู้เห็นสิ่งใด ให้ละวางสิ่งนั้น
ต้องไม่รับรู้ ไม่รับเห็น ไม่รู้ ไม่ชี้ ไม่ว่าจะได้ยินเสียงคนข้างบ้านร้องเพราะกำลังจะตาย หรือได้ยินเสียงใดที่น่าหวาดกลัว ต้องได้ยินแล้วผ่านเลยไป
ถ้าหากละวางไม่ได้ จะเกิดอาการ “ตายก่อนตาย” (รู้ว่าตนเองจะต้องตายแน่ๆ หรือการตายทั้งเป็น)
2. ยอมรับให้ได้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องมีสติตลอดเวลา
3. อย่าอยู่นิ่งเฉย เพราะจะทำให้เกิดความกลัวมากขึ้น ควรหากิจกรรมทำ เช่น อ่านหนังสือธรรมะ เพื่อให้จิตเป็นบวก เกิดความอิ่มเอิบ
4. สังเกตธรรมชาติก่อนนาทีวิกฤติจะเกิดขึ้น


ก่อนเกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ (ระยะ 2 ) จะมีลางบอกเหตุดังนี้

1. ท้องฟ้ามืดมิดผิดปกติ
2. ใบไม้จะพลิกคว่ำพลิกหงายแลดูหดหู่
3. สัตว์ทั้งหลายจะไม่ออกมาปรากฏกายให้เห็น แต่ถ้ามีสัตว์เลี้ยงอยู่ในบ้านจะแลเห็นมันวิ่งลุกลี้ลุกลนผิดปกติ หรือบางตัวจะนอนนิ่งมีน้ำตาซึม
            

ในกรณีเกิดแผ่นดินไหว การปฏิบัติตัวและการป้องกัน

ก่อนการเกิดแผ่นดินไหว
1. ควรมีไฟฉายพร้อมถ่านไฟฉาย และกระเป๋ายาเตรียมไว้ในบ้าน และให้ทุกคนทราบว่าอยู่ที่ไหน
2. ศึกษาการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
3. ควรมีเครื่องมือดับเพลิงไว้ในบ้าน เช่น เครื่องดับเพลิง ถุงทราย เป็นต้น
4. ควรทราบตำแหน่งของวาล์วปิดน้ำ วาล์วปิดก๊าซ สะพานไฟฟ้า สำหรับตัดกระแสไฟฟ้า
5. อย่าวางสิ่งของหนักบนชั้น หรือหิ้งสูง ๆ เมื่อแผ่นดินไหวอาจตกลงมาเป็นอันตรายได้
6. ผูกเครื่องใช้หนัก ๆ ให้แน่นกับพื้นผนังบ้าน
7. ควรมีการวางแผนเรื่องจุดนัดหมาย ในกรณีที่ต้องพลัดพรากจากกัน เพื่อมารวมกันอีกครั้ง ในภายหลัง
8. สร้างอาคารบ้านเรือนให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว

ระหว่างเกิดแผ่นดินไหว
1. อย่าตื่นตกใจ พยายามควบคุมสติอยู่อย่างสงบ ถ้าท่านอยู่ในบ้านก็ให้อยู่ในบ้าน ถ้าท่านอยู่นอกบ้านก็ให้อยู่นอกบ้าน เพราะส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเพราะวิ่งเข้าออกจากบ้าน
2. ถ้าอยู่ในบ้านให้ยืนหรือมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรง ที่สามารถรับน้ำหนัก ได้มาก และให้อยู่ห่างจากประตู ระเบียง และหน้าต่าง
3. หากอยู่ในอาคารสูง ควรตั้งสติให้มั่น และรีบออกจากอาคารโดยเร็ว หนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับได้
4. ถ้าอยู่ในที่โล่งแจ้ง ให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า และสิ่งห้อยแขวนต่าง ๆ ที่ปลอดภัยภายนอกคือที่โล่งแจ้ง
5. อย่าใช้ เทียน ไม้ขีดไฟ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดเปลวหรือประกายไฟ เพราะอาจมีแก๊สรั่วอยู่บริเวณนั้น
6. ถ้าท่านกำลังขับรถให้หยุดรถและอยู่ภายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด
7. ห้ามใช้ลิฟท์โดยเด็ดขาดขณะเกิดแผ่นดินไหว
8. หากอยู่ชายหาดให้อยู่ห่างจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง

หลังเกิดแผ่นดินไหว
1. ควรตรวจตัวเองและคนข้างเคียงว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ให้ทำการปฐมพยาบาลขั้นต้นก่อน
2. ควรรีบออกจากอาคารที่เสียหายทันที เพราะหากเกิดแผ่นดินไหวตามมาอาคารอาจพังทลายได้
3. ใส่รองเท้าหุ้มส้นเสมอ เพราะอาจมีเศษแก้ว หรือวัสดุแหลมคมอื่น ๆ และสิ่งหักพังแทง
4. ตรวจสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแก๊ส ถ้าแก๊สรั่วให้ปิดวาล์วถังแก๊ส ยกสะพานไฟ อย่าจุดไม้ขีดไฟ
หรือก่อไฟจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีแก๊สรั่ว
5. ตรวจสอบว่า แก๊สรั่ว ด้วยการดมกลิ่นเท่านั้น ถ้าได้กลิ่นให้เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน
6. ให้ออกจากบริเวณที่สายไฟขาด และวัสดุสายไฟพาดถึง
7. เปิดวิทยุฟังคำแนะนำฉุกเฉิน
ฟังข่าววิทยุได้ทาง NHK Radio 963, in English, Chinese, Korean, Spanish,
Portuguese, German, and French.
อย่าใช้โทรศัพท์ นอกจากจำเป็นจริง ๆ ให้นึกเสมอว่ายังมีคนที่ยังต้องการใช้โทรฉุกเฉินอยู่
8. สำรวจดูความเสียหายของท่อส้วม และท่อน้ำทิ้งก่อนใช้
9. อย่าเป็นไทยมุงหรือเข้าไปในเขตที่มีความเสียหายสูง หรืออาคารพัง
10. อย่าแพร่ข่าวลือ
           

คำเตือน
ถ้าอยู่ใกล้ทะเลหรือแม่น้ำ ให้ระวังเรื่องสึนามิ
อย่าใช้โทรศัพท์โดยไม่จำเป็น

สามารถใช้อีเมล์ สไกป์ เฟซบุ้ค ทวิตเตอร์ได้ตามปกติ (อินเตอร์เน็ตใช้ได้) เร็วกว่าโทรศัพท์แน่นอน (ในตอนนี้)
โทร 171 ฝากข้อความกับเบอร์โทรไว้
เพื่อที่ใครที่รู้เบอร์โทรคุณจะสามารถเช็คว่าคุณเป็นอย่างไรได้
มีบริการกูเกิ้ลเพอร์ซัน ไฟน์เดอร์ 
สามารถติดตามข่าวสารแผ่นดินไหวได้ที่
http://earthquake.usgs.gov/earthquakes/recenteqsww/Maps/region/Asia.php
สวมเสื้อผ้าที่ให้ร่างกายอบอุ่น
เตรียมพร้อมหากไฟดับแม้เขตที่คุณอยู่ไฟยังไม่ดับ
ตรวจสอบศูนย์อพยพในพื้นที่ใกล้เคียง สวนสาธารณะ โรงเรียน ที่สาธารณะที่มีคนอยู่มากๆ
มักจะใช้เป็นที่อพยพ
ผู้หญิงอย่าอยู่คนเดียว ระวังพวกฉวยโอกาส พยายามอยู่รวมกลุ่มกันไว้
ถ้าเดินกลับบ้านแล้วใช้เวลานาน ลองคิดอีกที เพราะอาจจะดีกว่าหากอยู่ที่ศูนย์อพยพ
หรือค้างบ้านเพื่อนก่อน

ขอให้ทุกๆคนปลอดภัย