แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2556

อโรมาเทอราปี...การใช้กลิ่นบำบัด..เลือกกลิ่นตามเดือนเกิด

อโรมาเทอราปี...การใช้กลิ่นบำบัด..เลือกกลิ่นตามเดือนเกิด

ความรู้ทางการแพทย์ด้วยการใช้กลิ่นบำบัดมาจาก ชาวกรีกโบราณ
และได้พัฒนาความรู้เกี่ยวกับอโรมาออยล์และน้ำมันหอมแพร่กระจาย จนได้รับความนิยมมากขึ้น
ในการแพทย์สาขาอายุรเวทการแพทย์แผนโบราณของอินเดีย
การนำกลิ่นหอมมาผสมกับน้ำมันหรือครีม-ไขมันสัตว์ต่างๆ นั้น
เป็นที่รู้จักและใช้กันมานานแล้ว แต่การใช้อโรมา (กลิ่นหอม) ในสมัยโบราณ
ก็ยังไม่มีการค้นคว้าอย่างจริงจัง ถึงคุณสมบัติและสรรพคุณของสารหอมและที่มาของแต่ละชนิด

คำว่า AROMA THERAPY อโรมา-เธอราปี คืออะไร ?
    AROMA (อโรมา) แปลว่า กลิ่น กลิ่นหอม
    THERAPY (เธอราปี) แปลว่า การบำบัดรักษา
    AROMA THERAPY (อะโรมา-เธอราปี) หมายถึง การบำบัดรักษาโรคโดยใช้กลิ่นหอม

คำว่า AROMA THERAPY (อโรมา-เธอราปี) ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก
โดยนักเคมีชาวฝรั่งเศส ชื่อ RENE MAURICE GATTEFOSSE (เรเน มอริช กัดฟอส)
เมื่อปี ค.ศ.1928 อโรมา-เธอราปี จะเป็นการนำประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหย
ที่ทำให้ร่างกาย และจิตใจอารมณ์เกิดความสมดุล

หลักการนี้ถูกนำมาศึกษา
โดยใช้หลักทางสรีรศาสตร์ที่มนุษย์สามารถสัมผัสรับกลิ่น (OLFACTORY NERVES)
ซึ่งอยู่เหนือโพรงจมูก (NASAL CAVITY) เมื่อกลิ่นต่างๆ จากโมเลกุลของละอองเกสรดอกไม้
ผ่านกระเปาะรับกลิ่น (OLFACTORY BULBS) ที่ต่อกับลิมบิค ซีสเต็ม (LIMBIC SYSTEM)
ซึ่งเป็นสมองส่วนควบคุมอารมณ์และความทรงจำ

    โดยปกติแล้วระบบทางเดินหายใจ
จะเริ่มต้นจากการหายใจเข้า (INHALE) และหายใจออก (EXHALE)
เพื่อให้เลือดดูดซับออกซิเจนที่สูดเข้าไป และเปลี่ยนสภาพและสร้างเป็นพลังงานให้ร่างกาย
หากอากาศที่ผ่านเข้าสู่สมองและปอดไม่บริสุทธิ์ เช่น อากาศเสียจากท่อไอเสีย
จากบุหรี่ จากสารพิษ ฯลฯ  ก็จะทำให้สารพิษที่ปนอยู่ในอากาศเสียนั้น
ตกค้างอยู่ในระบบทางเดินหายใจ และมีผลกระทบต่อระบบประสาท
ลิมบิค ซีสเต็ม เป็นผลทำให้ อารมณ์ และความทรงจำแปรปรวนไปด้วย
การทำงานของระบบทางเดินหายใจ  และระบบรับกลิ่นทำงานเช่นเดียวกันทั้งกลิ่นดีและกลิ่นเสีย

ดังนั้น กลิ่นหอมที่สูดดมเข้าร่างกายก็เช่นกัน และด้วยหลักการเดียวกันนี้เอง
น้ำมันหอมระเหยที่ถูกสกัดจากพืชสมุนไพรหลากหลายชนิด
จึงได้ถูกค้นคว้าวิจัยเพื่อ นำมาบำบัดรักษาโรคต่างๆ เพราะคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ของพืชสมุนไพร
ซึ่งผ่านการค้นคว้ามาแล้วจากหลายสถาบัน หลายอารยธรรม หลายช่วงกาลเวลาถูกสั่งสมมานาน
จนทำให้คุณค่าของความรู้ ทางด้านน้ำมันหอมระเหยมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

และด้วยคุณสมบัติในน้ำมันระเหยนี้ สามารถนำมาใช้โดยการนวด ให้ซึมผ่านผิวหนัง
บางชนิดก็เป็นสารสกัดเป็นสารสกัดที่กำจัดแบคทีเรียได้ บ้างก็ช่วยแก้ภูมิแพ้ ที่ผิวหนัง
ช่วยกระชับผิวให้เต่งตึง ส่วนกลิ่นที่ได้จากสารสกัดสุมนไพรนี้
จะช่วยกระตุ้นเปลี่ยนสภาพอารมณ์และจิตใจ เมื่อกลิ่นผ่านระบบประสาทลิมบิค ซีสเต็ม
เช่น ช่วยให้สงบ ช่วยให้ผ่อนคลาย ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า ช่วยคลายเครียด
ช่วยลดความกระวนกระวายใจ ฯลฯ

ศาสตร์การบำบัดความเครียด โดยใช้ความหอมของสมุนไพรนานาชนิดนี้
เป็นเครื่องมือ หรือที่เราเรียกว่า อโรมาเทอราปี นั่นเอง

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเราควรเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยอย่างไรให้เหมาะสมกับตัวเรา
การเลือกกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยก็สามารถเลือกได้ตามความชอบ
แต่ถ้าคนไหนที่ยังหากลิ่นที่ถูกใจและเหมาะสมกับตนเองไม่ได้
ให้ใช้หลักการง่ายๆ โดยการเลือกกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยตามเดือนเกิดของตนเอง

กลิ่นRos
    กลิ่น Lavender
กลิ่น Vanilla
กลิ่น Lavender, Vanilla และ Rose
ทั้ง 3 กลิ่นนี้เหมาะกับผู้ที่เกิดเดือนสิงหาคม กันยายน ตุลาคม


กลิ่น Camomile
กลิ่น Chrysantemum
กลิ่นApple
กลิ่น Cinnamon

       กลิ่น Camomile,Chrysantemum, Apple และ Cinnamon
เหมาะกับผู้ที่เกิดเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน

  กลิ่น Orange
กลิ่น Ginger





        กลิ่น Orange และ Ginger
เหมาะกับผู้ที่เกิดเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม 

 
กลิ่น Lemonglass


กลิ่นSpearmint

     กลิ่น Lemonglass, Spearmint
เหมาะกับผู้ที่เกิดเดือนพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม
          

กลิ่นSaffron

กลิ่นHibicust

กลิ่นCherry

  กลิ่น Lemongrass Saffron Hibicust Cherry
เหมาะกับผู้ที่เกิดเดือนพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม

          กลิ่น Cherry กลิ่นChrysanthemum
เหมาะกับผู้เกิดเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน

          การเลือกใช้น้ำมันหอมที่เหมาะกับตัวเรา
จะส่งผลโดยตรงต่อระบบประสาทและการทำงานอันซับซ้อนทางอารมณ์ของเรา
จะก่อให้เกิดพลังงานในตัวเรา และเกิดเป็นแรงในการทำงาน
ในทางตรงกันข้ามกลิ่นที่ไม่เหมาะกับเราจะส่งผลในเชิงลบ
ร่างกายจะหมดเรี่ยวแรง หรือหน้ามืดได้เลยทีเดียว






ที่มา สำนักการแพทย์ทางเลือก
ที่มา ไทยโพสต์
ภาพประกอบอินเตอร์เน๊ท

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สูตรหมักผมนุ่มจากเบียร์

สูตรหมักผมจากส่วนผสมง่าย ๆ ทำได้เองที่บ้าน
ส่วนผสม
เบียร์
มายองเนส
ไข่แดง
วิธีทำ
เอา เบียร์ มายองเนส ไข่แดง ผสมให้เข้ากันเหมือนครีมน่ะ
แล้วเอามาหมักผม และอบไอน้ำสัก 20-30 นาที
หรือเอาผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาพอกทิ้งไว้ ประมาณ 20- 30 นาที

ผลที่ได้ จะทำให้ผมนุ่มและมีน้ำหนัก  และผมไม่แตกปลาย

ตวรทำ 2 อาทิตย์/1ครั้ง



แถมสูตรดีท๊อกผม ล้างสารพิษและไขมันที่เกาะมากับผม
ส่วนผสม 
แอปเปิ้ลไซเดอร์ (น้ำส้มสายชูที่ทำจากแอปเปิ้ล) 1/4 ถ้วย
น้ำสะอาดประมาณ 5 ลิตร

วิธีทำ
ผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์ (น้ำส้มสายชูที่ทำจากแอปเปิ้ล)  เข้ากับน้ำสะอาด (ถ้าส่วนผสมที่ทำเหลือ
ก็สามารถเก็บไว้ในตู้เย็น และนำมาใช้ล้างเส้นผมทุกๆ สองวันได้) จากนั้นก็ทำผมให้เปียกด้วยน้ำอุ่น
หรือจะใช้แชมพูสระผมแล้วล้างน้ำออกตามปกติได้ เสร็จแล้วก็เทส่วนผสมที่ทำไว้นั้นลงบนหนังศีรษะ
และเส้นผมประมาณ 2 ถ้วย นวดและปล่อยให้ส่วนผสมซึมซาบเข้าไปในเส้นผมซักพัก
แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำเย็น


วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ศัพท์วัยรุ่นยุคใหม่

คำพูดบางทำของคนวัยมันส์ สมัยนี้ มีมากมาย
มีหลายคนที่คนบางคนยังไม่รู้ไม่เข้าใจ
เราได้พยายามค้นหามาเพื่อมาเก็บไว้ ดูเล่นขำๆ

สุดตีง(น)-ที่สุดของที่สุด
โออิชิ-เกิดอาการชาตามร่างกาย
หรูไฮ-ดูดีมีฐานะ
สปก.-หนีเอาตัวรอดไปก่อนเพื่อน (ย่อมาจาก เจื(ส)อกไปก่อน)
มีองค์-ใช้เรียกเพื่อนชายที่เป็นเกย์
ด๋อย-เชยๆ เสี่ยวๆ
ชิลๆ-ง่ายๆ สบายๆ
สวยเป๋อ-ผู้หญิงสวยแต่ซุ่มซ่าม
เพียวเค็ม-คนที่งกมากๆ
ชีเลส-ดี้
ฮีเลส-ทอม
สะแอ๋ง-ชอบสอดเรื่องชาวบ้าน
ตะไบ-เสริมแต่ง
สลิ่ม-สีสันเสื้อผ้าที่ตัดกันมากเช่น เขียวกับชมพู
เหียก-หน้าตาขี้เหร่มากๆ
สลัมบอมเบย์-ต่ำสุดๆ
กระต่ายป่า-ผู้ชายที่ยังไม่รู้อะไร ดูซื่อๆ
แก่นเซี้ยวเยี่ยวราด-กะเทยที่ไม่เรียบร้อย
สะดือด่วน-ไวในเรื่องเพศ
กทม.-กะเทยเก๊กแมน
ดัดจร-เวิร์บช่อง 3 ของดัดจริต
มิสเปรู-มีเงินเท่าไรให้ผู้ชายหมด
ลูกนายก-ถูกผู้ชายยกเค้าไปหมด
ฉ่ำสะมิหลา สงขลาปัตตานี แฟนตาซีภูเก็ต-เริ่ดหรูหาอะไรเปรียบไม่ได้
ช่อราษฎร์-แย่งแฟนเพื่อน
ปาดหน้าเค้ก-แย่งผู้ชายที่คนอื่นหมายปอง
ซุงแหล-เวิร์บช่อง 3 ของตอแห*
ซิซูกะ-ตะกละ
ออนป้า-แสดงความเป็นป้าสู่สายตาประชาชน
ฝนเริ่มตั้งเค้า-มีใจให้กัน
กระรอก = ออกไปหาเหยื่อ
กระเทย โอทอป = กระเทยบ้านนอก
กอล์ฟฟี่ = กระเทยมาดนิ่งสูงปรี๊ดดที่ร้ายลึกและเปรี้ยวแซ่บ

วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2554

ต้นไม้ประจำเดือนเกิด

ต้นไม้ประจำเดือนเกิดและความหมาย

ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะเป็นปฏิทินต้นไม้ในแต่ละเดือนของพวกสแกนดิเนเวียรึไง นี่ล่ะนะ
(อ่านในอินไซท์แฮร์รี่นานมากกกกแล้ว) เห็นน่าสนใจดีก็เลยเอามาให้ดูค่ะ^ ^
 
ต้นไม้ประจำเดือนเกิด
---------------------------------------------------------------------------

23 ธันวาคม - 31 ธันวาคม .... ต้นแอปเปิล (Apple Tree)

1 มกราคม - 11 มกราคม .... ต้นเฟอร์ (Fir Tree)

12 มกราคม -24 มกราคม ..... ต้นเอม (Elm Tree)

25 มกราคม- 3 กุมภาพันธ์ ..... ต้นไซเปรส (Cypress Tree)

4 กุมภาพันธ์ - 8 กุมภาพันธ์ ..... ต้นปอปลาร์ (PoplarTree)

9 กุมภาพันธ์ - 18 กุมภาพันธ์ ..... ต้นซีดาร์ (Cedar Tree)

19 กุมภาพันธ์ - 29 กุมภาพันธ์ ..... ต้นสน (Pine Tree)

1 มีนาคม -10 มีนาคม ..... ต้นวิปปิง วิลโลว์ (Weeping Willow Tree)

11 มีนาคม-20 มีนาคม ..... ต้นไลม์ (Lime Tree)

21 มีนาคม ..... ต้นโอ๊ก (Oak Tree)

22 มีนาคม - 31 มีนาคม ..... ต้นฮาเซลนัท (Hazelnut Tree)

1 เมษายน - 10 เมษายน ..... ต้นโรแวน (Rowan Tree)

11 เมษายน - 20 เมษายน ..... ต้นเมเปิล (Maple Tree)

21 เมษายน -30 เมษายน ..... ต้นวอลนัท (Walnut Tree)

1 พฤษภาคม -14 พฤษภาคม ..... ต้นปอปลาร์ (Poplar Tree)

15 พฤษภาคม - 24 พฤษภาคม ..... ต้นเกาลัด (Chestnut Tree)

25 พฤษภาคม - 3 มิถุนายน ..... ต้นมะกอก (Ash Tree)

4 มิถุนายน -13 มิถุนายน ..... ต้นฮอร์นบีม (Hornbeam Tree)

14 มิถุนายน -23 มิถุนายน ..... ต้นฟิก (Fig Tree)

24 มิถุนายน ..... ต้นเบิช (Birch Tree)

25 มิถุนายน - 4 กรกฎาคม ..... ต้นแอปเปิล (Apple Tree)

5 กรกฎาคม - 14 กรกฎาคม ..... ต้นเฟอร์ (Fir Tree)

15 กรกฎาคม -25 กรกฎาคม ..... ต้นเอม (Elm Tree)

26 กรกฎาคม - 4 สิงหาคม ..... ต้นไซเปรส (Cypress Tree)

5 สิงหาคม -13 สิงหาคม ..... ต้นปอปลาร์ (Poplar Tree)

14 สิงหาคม - 23 สิงหาคม ...... ต้นซีดาร์ (Cedar Tree)

24 สิงหาคม - 2 กันยายน ...... ต้นสน (Pine Tree)

3 กันยายน -12 กันยายน ..... ต้นวิปปิง วิลโลว์ (Weeping Willow Tree)

13 กันยายน - 22 กันยายน ..... ต้นไลม์ (Lime Tree)

23 กันยายน ...... ต้นโอลีฟ (Olive Tree)

24 กันยายน - 3 ตุลาคม ..... ต้นฮาเซลนัท (Hazelnut Tree)

4 ตุลาคม - 13 ตุลาคม ..... ต้นโรแวน (Rowan Tree)

14 ตุลาคม - 23 ตุลาคม ..... ต้นเมเปิล (Maple Tree)

24 ตุลาคม - 11 พฤศจิกายน ..... ต้นวอลนัท (Walnut Tree)

12 พฤศจิกายน - 21 พฤศจิกายน ...... ต้นเกาลัด (Chestnut Tree)

22 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม ..... ต้นมะกอก (Ash Tree)

2 ธันวาคม - 11 ธันวาคม ...... ต้นฮอร์นบีม (Hornbeam Tree)

12 ธันวาคม - 21 ธันวาคม ...... ต้นฟิก (Fig Tree)

22 ธันวาคม ...... ต้นบีช (Beech Tree)

มาดูความหมายกัน

ต้นแอปเปิล (Apple Tree)

- นักรัก
มีรูปร่างบอบบาง มีเสน่ห์ดึงดูด เป็นนักผจญภัยอ่อนไหว ตกหลุมรักง่าย เป็นคู่รักที่ซื่อสัตย์ ใจดี
มีพรสวรรค์ด้านวิทยาศาสตร์ เป็นนักคิด
นักจินตนาการ แต่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง

ต้นมะกอก (Ash Tree)

- ทะเยอทะยาน
มีเสน่ห์ดึงดูด มีชีวิตชีวา ไม่สนใจคำวิจารณ์
ทะเยอทะยาน เฉลียวฉลาด ชอบเสี่ยงแต่บางทีก็หลงตัวเองเกินไป เชื่อถือได้ เป็นคู่รักที่ฉลาดจนบางทีจะใช้สมองมากกว่าหัวใจ แต่ก็จริงจังกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น

ต้นบีช (Beech Tree)

- สร้างสรรค์
มีรสนิยมดี วางแผนชีวิตเก่ง ประหยัด เป็นผู้นำที่ดี
ไม่ชอบเสี่ยง มีเหตุผลดูแล ตัวเองในทุก ๆ เรื่องอย่างดี

ต้นเบิช (Birch Tree)

- แรงบันดาลใจ
สดใสร่าเริง เป็นมิตร ไม่เสแสร้ง สุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน เกลียดความหยาบคาย รักธรรมชาติ และความสงบ ไม่มีกิเลสตัณหามากนัก เต็มไปด้วยจินตนาการ มีความทะเยอทะยานเล็กน้อย

ต้นซีดาร์ (Cedar Tree)

- มั่นใจ
ปรับตัวเก่ง ชอบความหรูหรา มีแนวโน้มดูถูกคนอื่น
มั่นใจสูง ไม่อดทน ชอบทำให้คนอื่นประทับใจ มีพรสวรรค์หลายด้าน ขยันขันแข็ง มองโลกในแง่ดี เชื่อในรักแท้ ตัดสินใจเร็ว

ต้นเกาลัด (Chestnut Tree)

- ผู้ซื่อสัตย์
มีความงามที่ไม่เหมือนใคร ยุติธรรม ร่าเริง
มีวาทศิลป์ดี แต่ขี้รำคาญอ่อนไหว
ส่วนมากเพราะขาดความมั่นใจ ไม่ค่อยเข้าใจความรัก
มีปัญหาเรื่องหาคู่ครอง

ต้นไซเปรส (Cypress Tree)

- ไว้วางใจได้
เข้มแข็ง ปรับตัวเก่ง ยอมรับความจริง มองโลกในแง่ดี เกลียดความโดดเดี่ยว เต็มไปด้วยกิเลสตัณหาในเรื่องความรัก อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย อวดรู้ วางภูมิ

ต้นเอม (Elm Tree)

- คุณธรรมสูง
รสนิยมดี อ่อนน้อมถ่อมตน มีแนวโน้มให้อภัยคนอื่นยาก
สดใส ชอบเป็นผู้นำ
เป็นคู่รักที่ซื่อสัตย์ ชอบตัดสินใจให้คนอื่น ใจดี
มีอารมณ์ขัน

ต้นฟิก (Fig Tree)

- หัวใจเป็นใหญ่
เข้มแข็ง เอาแต่ใจตัวเองในบางที รักอิสระ
ไม่ชอบการโต้เถียงหรือขัดแย้ง
รักครอบครัว รักเด็ก และสัตว์เลี้ยง
ชอบสังคมในบางครั้ง มีอารมณ์ขัน
บางทีก็ขี้เกียจเฉื่อยชา พรสวรรค์และฉลาด

ต้นเฟอร์ (Fir Tree)

- ลึกลับ มีรสนิยมแปลก
รักศักดิ์ศรี ทันสมัย ชอบความสวยงาม อารมณ์เสียง่าย
ดื้อดึง หลงตัวเอง
แต่ก็แคร์คนใกล้ชิด ทะเยอทะยาน มีพรสวรรค์
ขยันหมั่นเพียร
มีเพื่อนมากและศัตรูมาก พึ่งพิงได้


ต้นฮาเซลนัท (Hazelnut Tree)

- ไม่เหมือนใคร
มีเสน่ห์ รู้วิธีสร้างความประทับใจเป็นนักสู้เพื่อสังคม
เป็นที่รักของผู้คน อารมณ์เสียง่าย
เป็นคู่รักที่เอาแต่ใจตัวเองแต่ก็ซื่อสัตย์ อดทน
มีความยุติธรรม


ต้นฮอร์นบีม (Hornbeam Tree)

- รสนิยมดี
ห่วงรูปร่างหน้าตาตัวเองมาก มีรสนิยมดี ไม่หลงตัวเอง พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นมีเหตุผลและหลักการณ์
ชอบคู่รักที่ใจดี ฉลาด แต่เป็นคนลังเล ตัดสินใจไม่แน่นอน มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี

ต้นไลม์ (Lime Tree)

- สงสัยลังเล
เกลียดความรุนแรง ความกดดัน และความเฉื่อยชา
เป็นคนว่าง่าย ทุ่มเมเพื่อเพื่อน มีพรสวรรค์ แต่ขาดความพยายามที่จะพัฒนาพรสวรรค์ที่มีอยู่ ขี้บ่น
และขี้อิจฉา

ต้นเมเปิล (Maple Tree)

- รักอิสระ
เต็มไปด้วยจินตนาการ ขี้อาย แต่มีความทะเยอทะยาน
ภูมิใจในตัวเอง
ชอบหาประสบการณ์ใหม่ ๆ จุกจิกจู้จี้ในบางที
จิตใจซับซ้อน ความจำดี เรียนรู้เร็ว
มีชีวิตรักที่ซับซ้อน

ต้นโอ๊ก (Oak Tree)

- ผู้กล้า
เข้มแข็ง กล้าหาญ ไม่โอนอ่อนผ่อนตาม
รักอิสระไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ติดดิน เป็นนักปฏิบัติ

ต้นโอลีฟ (Olive Tree)

- ฉลาดเฉลียว
อ่อนโยน มีเหตุผล ไม่ชอบความรุนแรง อดทน ร่าเริง
แต่รักสงบ มีความยุติธรรม
อ่อนไหว เห็นอกเห็นใจคนอื่น ชอบการอ่าน
และคบกับคนชั้นสูง

ต้นสน (Pine Tree)

- พิเศษเฉพาะเจาะจง
เป็นคนว่าง่าย รู้วิธีหาความสุขสบายให้ชีวิต
เป็นเพื่อนที่ดี
แต่ไม่ค่อยผูกมิตรกับใคร รักง่ายหน่ายเร็ว
คาดหวังว่าจะเจอสิ่งที่เป็นอุดมคติ

ต้นปอปลาร์ (Poplar Tree)

- ไม่แน่นอน
แต่งตัวเก่ง ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง
จะกล้าเฉพาะเวลาจำเป็น จุกจิกจู้จี้
ค่อนข้างโดดเดี่ยว เป็นศิลปิน วางแผนเก่ง ชอบปรัชญา
ไว้ใจได้ จริงจังกับความรัก

ต้นโรแวน (Rowan Tree)

- อ่อนไหว
มีเสน่ห์ ร่าเริง ไม่หลงตัวเอง มีรสนิยมดี เป็นศิลปิน
ลุ่มหลงในกิเลสตัณหา
เป็นคนรักที่ดี แต่มักไม่ค่อยให้อภัยคน


ต้นวอลนัท (Walnut Tree)

- ลุ่มหลงในกิเลสตัณหา
เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ความขัดแย้ง หัวแข็ง หลงตัวเอง ก้าวร้าว เอาแน่เอานอนไม่ได้ ทะเยอทะยานสูง ไม่ยืดหยุ่น เป็นคนขี้อิจฉา ไม่ประนีประนอม


ต้นวิปปิง วิลโลว์ (Weeping Willow Tree)

- โศกเศร้า
เป็นคนดูดี แต่โศกเศร้า มีเสน่ห์ดึงดูด
เห็นอกเห็นใจคนอื่น มีรสนิยมดี
ชอบการท่องเที่ยว ช่างฝัน เอาแต่ใจตัวเอง ซื่อสัตย์
มีสัญชาตญาณดี อยู่ร่วมกับคนอื่นยาก มักชอกช้ำเรื่องความรัก แต่ก็จะพบคนที่เป็นที่ยึดเหนี่ยว

ที่มา by tinydragon
เครดิต: http://www.icygang.com/inbox_writer/readinbox.php?category_id=5&sid=363
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ท

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2554

อุปกรณ์จำเป็นในการดำรงชีพ

อุปกรณ์จำเป็นในการดำรงชีพ

ในสถานการณ์สงคราม อุทกภัย แผ่นดินไหว


เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม
1.เสื้อ กันหนาว/กันน้ำ 1 ตัว
2. เสื้อกันหนาว 5 ตัว
3. เสื้อแขนยาว 4 ตัว
4. เสื้อแขนสั้น 4 ตัว
5. กางเกงขายาวสนาม 3 ตัว
6.กางเกงขาสั้น 4 ตัว
7. ชุดชั้นในแบบ บ๊อกเซอร์ 6 ตัว
8. ผ้าขาวม้า 2 ผืน
9. ผ้าถุง 1 ผืน
10. ถุงนอน 3 ผืน(ใช้แทนผ้าห่ม)
11.ถุงเท้า (คอตตอน 80%) ....... คู่
12. หมวกผ้าแบบปีก 3 ใบ
13.รองเท้าผ้าใบ 2 คู่
14.รองเท้าสานแบบรัดส้น 1 คู่
15.เสื้อกันฝนแบบแจ็คเกต 3 ตัว
16. เสื้อยืด 4 ตัว
17. ผ้าพันคอ 3 ผืน
18. หมวกไหมพรหม
19. ถุงมือแบบผ้า 3 คู่
20.ถุงมือหนังสำหรับไต่เชือก 2 คู่
21.เป้ สัมภาระ 3 ใบ
22.เสื้อกันฝนแบบปันโจ (แบบใส 6 ตัว) แบบทหาร 1 ตัว
เวชภัณฑ์และเครื่องมืออุปกรณ์ปฐมพยาบาล
1.ยาแก้ไข้ พาราเซตามอล/ไทลินอล
2. ยาธาตุ
3. เกลือแร่ผง
4. ยาฆ่าเชื้อในลำไส้
5. ยาเคลือบกระเพาะเม็ด
7. ยาแก้ไข้/ปวดหัว
8. ยาแก้แพ้
9. ด่างทับทิม
10. คาลาไมล์
11. ยาหม่อง
12. ทิงเจอร์ไอโอดีน
13. แอลกอฮอล์
14. ยาทาเคล็ดขัดยอกแบบเจล
15. ยาทากันยุง
16. สเปร์ฉีดกันยุง
17. น้ำยา ฆ่าเชื้อ
18.กรรไกร
19.สำลีม้วน
20. พลาสเตอร์ยาแผ่นเล็ก
21. ผ้าพันแผล
22. ผ้ายืดม้วน
23. สก๊อตเทป
24. กรรไกร
25.ถุงมือยาง
26. ผ้าปิดจมูก
25.ชุดทำแผล 3 ชุด
26. สนับเขา
27.อังเคิล (สนับข้อเท้า)
28. ยาทำน้ำบริสุทธิ์ 1 แผง = 10 เม็ด
(ใช้ด่างทับทิมแทนได้ 2-3 เกล็ดเท่านั้น/น้ำ 1 ลิตร รอ 30 นาที )
29.ผ้าพันแผลแบบสามเหลี่ยม 1 ผืน
30.ยางรัดห้ามเลือด 2 เส้น

เครื่องใช้และอุปกรณ์ที่พัก
1. ขวดใส่น้ำ 2 ขวด
2. กระติกน้ำดื่ม 3 ใบ
3. เต็นท์ 3 หลัง
4. เปลผ้าไนล่อน 3 ผืน
5. ผ้าพลาสติก/FLYSHEET 3 ผืน
6. มุ้ง 2 หลัง
7. เสื้อกันฝนแบบปันโจ 1 ผืน
8. เชือกไนล่อนขนาดเล็กสำหรับผูกกางผ้ากันฝน............เส้น
9. เชือกขนาด 10-12 มม.(ใช้ข้ามลำน้ำ/ไต่ภูเขา) 3 เส้น
10.ยาสีฟัน
11.แปรงสีฟัน
12.แว่นตา
13.มีดโกน
14. วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง
15.ไฟฉายขนาดถ่าน AA จำนวน 5 กระบอก ขนาดถ่าน AAA จำนวน 1 กระบอก
(ไม่ควรใช้ เพราะใช้ถ่านแตกต่างกันและเปลี่ยนอะไหล่แทนกันไม่ได้)
ขนาดถ่าน D จำนวน 3 กระบอก ไฟฉายแบบชาร์ตแบเตอรี่ 1 อัน
ไฟฉายแบบปั้มด้วยมือ 2 อัน /แบบกันน้ำ 1 กระบอก
16. แบตเตอรี่วิทยุสื่อสารและ ไฟฉาย
17. ไม้ขีด / ไฟแช๊ก 2 กล่อง แท่งจุดไฟ 2 อัน เทียนไข 2 ห่อ
18.น้ำมันก๊าด 1.50 ลิตร ขี้ไต้ เชื้อเพลิง / ถ่าน แอลกอฮอล์เหลว/แข็ง 1 กระป๋อง
19. มีดเดินป่า/ มีดล่าสัตว์(มีดโบวี่) 4 เล่ม มีดพับ 3 อัน
20. ขวาน 2 เล่ม
21. กรรไกร ช้อน / ส้อม
23. จาน / ชาม
24. ตะเกียง
25. หม้อ สนาม 2 ใบ, กระทะ 1 ใบ เตาเชื้อเพลิงแข็ง 1 อัน
26. กระดาษชำระ
27. ถุงดำ
28. ไขควงตรวจไฟ ไขควง 2 หัว ประแจ คีม ค้อน ตะปู
29. พลั่วสนาม 1 เล่ม
30. แผนที่ 2 ฉบับ เข็มทิศ 2 เรือน
31. นกหวีด 4 อัน กระจกเงา
32. รถยนต์/ จักรยานเสือภูเขา เรือยาง
33. น้ำมันเชื้อเพลิง ดีเซลสำรอง 1 ถังๆละ 30 ลิตร 1 ถัง(มีถังเปล่าอีก 1 ถัง)
34.อะไหล่ยานพาหนะ
35. เครื่องมือซ่อมรถ 1 กล่อง
36. กล่องสัมภาระ 3 กล่อง กล่องอุปกรณ์แสงสว่าง 1 กล่อง
เป็นอุปกรณ์ที่เตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา

วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2554

อุปกรณ์ปฐมพยาบาล

อุปกรณ์ปฐมพยาบาล
  1. สำลี
  2. ผ้ากอซแผ่นชนิดฆ่าเชื้อ ทำความสะอาด (แอลกอฮอล์)
  3. คีมสำหรับบ่งเสี้ยน
  4. ผ้าสามเหลี่ยม
  5. ผ้ากอซพันแผลขนาดต่าง ๆ
  6. กรรไกรขนาดกลาง
  7. เข็มกลัดซ่อนปลาย
  8. แก้วล้างตา
  9. พลาสเตอร์ม้วน ชิ้น
  10. ผ้ายืดพันแก้เคล็ดขัดยอก ( Elsatic bandage)
  11. ผ้ากอซชุลพาราฟินสำหรับแผลไฟไหม้
ความหมายของการปฐมพยาบาล
การปฐมพยาบาล หมายถึง การให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุต่าง ๆ หรือเจ็บป่วยกระทันหัน ณ สถานที่เกิดเหตุ ให้พ้นอันตราย ก่อนที่จะส่งไปให้แพทย์รักษาต่อไป โดยใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือเท่าที่หาได้ในขณะนั้น
ที่มา www.thaiall.com

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2554

ยาที่ควรมีไว้ในตู้ยาประจำบ้าน

ยาที่ควรมีไว้ในตู้ยาประจำบ้าน
  1. ยาแก้ปวดลดไข้ : ยาเม็ดพาราเซตามอล 500 มก.
  2. ยาแก้แพ้,ลดน้ำมูก : ยาเม็ดคลอเฟนิรามีน 4 มก. ,2 มก.
  3. ยาแก้ปวดท้องท้องอืด ท้องเฟ้อ : ยาธาตุน้ำแดง ,ยาธาตุน้ำขาว , โซดามิ้นท์ , ขมิ้นชันแคปซูล
  4. ยาโรคกระเพาะ : ยาเม็ดอลูมินาเมกนีเซีย , ไตรซิลิเคท
  5. ยาแก้ท้องเสีย : ยาน้ำเคาลินเปคติน ผงน้ำตาลเกลือแร่
  6. ยาใส่แผล : ทิงเจอร์ใส่แผลสด , ไอโปดีน
  7. ยาล้างตา : โบริคโซลูชั่น
  8. ยาล้างแผล เช็ดแผล : ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ , แอลกอฮอล์เช็ดแผล
  9. ยาทาแก้แพ้แก้คัน : คาลาไมน์
  10. ยาทานวด : ขี้ผึ้งปวดบวม , ครีมระกำ , GPO บาล์ม
  11. ยาแก้ไอผู้ใหญ่ : ยาแก้ไอน้ำดำ , ยาขับเสมหะ
  12. ยาแก้ไอเด็ก : ยาแก้ไอขับเสมหะ , ยาแก้ไอเด็กเล็ก ,
  13. ยาระบาย : ยาระบายเม็กนีเซีย , มะขามแขก , ยาเม็ดมะขามแขก
  14. ยาสูดดม : เหล้าแอมโมเนีย
ความหมายของการปฐมพยาบาล การปฐมพยาบาล หมายถึง การให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุต่าง ๆ หรือเจ็บป่วยกระทันหัน ณ สถานที่เกิดเหตุ ให้พ้นอันตราย ก่อนที่จะส่งไปให้แพทย์รักษาต่อไป โดยใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือเท่าที่หาได้ในขณะนั้น

ที่มา www.thaiall.com

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554

การเตรียมตนเองและจิตวิญญาณเพื่อการผจญภัย

การเตรียมตนเองและจิตวิญญาณเพื่อการผจญภัย
(สื่อถ่ายทอดพระโอวาทโดย อ.ปริญญา ตันสกุล)


บุตร รักแห่งบิดาทั้งหลาย สิ่งแรกที่ลูกจะต้องเตรียมเครื่องยนต์แห่งกรรมก็คือ เตรียมปัจจัย(ที่จะใช้ในการดำรงชีวิต) ให้พร้อมทั้งเพื่อตนเองและสมาชิกในครัวเรือนของเจ้า

สิ่งแรกก็คืออาหาร คิดเองว่าจะเอาอะไร

สิ่งที่สองคือเครื่องนุ่งห่ม เครื่องนุ่งห่มสำคัญมาก เพราะในช่วงเวลาในการชำระโลก
อากาศจะหนาวเย็นมาก เพราะโลกจะคว่ำหัวลง ลูกเข้าใจไหม โลกจะคว่ำหัวตีลังกา และโลกนี้จะมีแต่ความมืดนั้น
จะเกิดขึ้นจากหลายอย่าง


1. เมฆมืด
2. ส่วนโค้งของโลกบังดวงอาทิตย์ไว้
3. เกิดจากนิวเคลียร์บอมส์ มันมีเป็นดอกเห็ดห่อหุ้มโลกของเจ้าไว้ ทำให้มองอะไรไม่เห็น

เครื่องใช้ไม้สอย อะไรก็ได้ อย่างสุภาพสตรีมีของส่วนตัวหลายอย่าง ไม่ใช่เครื่องสำอางนะลูก ใช่ไหม
ผู้หญิงต้องใช้ ผู้ชายไม่เท่าไหรหรอก มันแก้ผ้าเดินยังได้เลย(ใช่ไหม) เพราะตอนเกิดมามีไหมเสื้อผ้าอาภรณ์ ผู้ชายมีไหม ไม่มี ผู้หญิงทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะระหว่างชำระโลกนั้น คนชั่วยังเหลืออยู่ไหมล่ะ ก็เหลืออยู่ซิ ไปเที่ยวเปลือยๆ เดี๋ยวมันปล้ำเอาแล้วก็ยิ่งซวย 2 ต่อเลย มันต้องระวังนะ


ที่อยู่อาศัย ที่อยู่อาศัยนี้ต้องคิดแล้ว ใครที่เคย ในโลกของเจ้านี่ บิดาเห็นแล้วเป็นเรื่องที่น่าขบขัน อีกอย่างหนึ่งเวลาซื้อที่ดินของพวกเจ้า ที่ดินระหว่างชายน้ำ ชายทะเล กับที่อยู่ในที่ธรรมดาๆ ในป่าลึกๆ เจ้าว่าที่ไหนแพงกว่ากัน (ชายน้ำ ชายทะเล)
เจ้ารู้ไหม พวกที่ได้แผ่นดินที่อยู่ชายน้ำ ชายทะเล ไอ้พวกนี้คือพวกที่ถูกกำหนดมาให้มันไปอยู่ตรงนั้น มันตายง่ายกว่าไหมละลูก
อย่าคิดนะว่าตอนแรกที่ผ่านมาโชคดี ที่กูไม่ได้ซื้อไว้ใช่ไหมละลูก


คน ที่อยู่ริมน้ำ อยู่ในที่ราบลุ่ม นั่นคือผู้ที่ถูกกำหนดให้มาเกิดที่ตรงนั้น เพื่อรอคอยการชำระความ ถูกกำหนดมา อย่างนี้เขาไม่เรียกว่าบุญส่ง เขาเรียกอะไรส่งล่ะลูก กรรมส่งมา นั่นคือสิ่งสำคัญ

ที่อยู่อาศัยนั้นหมายความว่าถ้าบ้านเจ้าไปอยู่แถวน้ำ อยู่ที่ราบลุ่ม หรือที่อะไร เจ้าควรจะต้องหาที่เหมาะสมกว่านั้นแล้ว
เจ้าต้องคิดแล้วใช่ไหม ว่าจะทำอย่างไร ไม่ใช่พอบอกให้รู้แล้วยังเสือกว่าไม่เป็นไรหรอก ไม่ถึงที่ตายกูยังไงกูก็ไม่ตาย ไม่ตายแต่มึงทรมานไหมล่ะ ลำบากไหมล่ะ อยากลำบากหรือ อย่างนั้นเขาเรียกอวดอุตรินะ ต้องพูดให้ครบ ไม่งั้นพวกเจ้าหาว่าพ่อไม่สอนอีก


ต่อไปยารักษาโรค ยารักษาโรคก็คือยาสามัญประจำบ้าน และยาประจำตัวเฉพาะโรคของเจ้า จะต้องมีไว้เพราะถึงเวลาบัดนั้นขัดสนแล้ว เจ้าจะไปหาที่ไหน หมอกล้ามารักษาเจ้าไหม และเจ้ากล้าออกไปหาหมอไหม(ไม่) อัตตาหิ อัตโนนาโถ ท่องเอาไว้เลย ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่ต้องพึ่งใคร ผัวของเรา เมียของเราอย่าไปคิดพึ่งมัน ถึงตอนนั้นมันก็สติจะแตกอยู่แล้ว มันก็ช่วยเราไม่ได้หรอก มันจะช่วยตัวมันเองยังไม่ได้เลย

และสิ่งหนึ่งที่บิดาจะกล่าวให้เจ้าเตรียมไว้ ก็คือ ด่างทับทิม และ คาลาไมน์ ของกล้วยๆ ง่ายๆ
ด่างทับทิม เอาไว้ล้างเท้า เอาไว้ล้างผักหญ้าที่เจ้าจะเอามาทำเป็นอาหาร เพื่อให้มันปลอดจากสารพิษและเชื้อโรค
เจ้าสัตว์ตัวน้อยของบิดา
คาลาไมน์นั้น สำหรับทาแก้โรคผิวหนัง เป็นเม็ด ผด ผื่นคัน ไปรักษายาอะไรมันก็ไม่หายหรอกลูก
เอาคาลาไมน์ทาทีเดียวหายเลย แต่นั่นหมายความว่าเจ้าจะต้องมีรหัสกรรมในเครื่องยนต์แห่งกรรมของเจ้าต้อง
ไม่เกิน 30
%คาลาไมน์กับด่างทับทิม ที่บิดาแนะนำเจ้าถึงจะศักดิ์สิทธิ์


ต่อไปยานพาหนะ เอารถยนต์ดีไหมลูก รถเบนซ์เลย โรลส์รอยด์เลยดีไหมลูก
เอาอะไรดียานพาหนะ เรือ ชูขีพ นี่ก็เป็นยานพาหนะใช่ไหม เวลาอยู่ในน้ำลอยตัวแล้วเอามือป๋อมแป๋มๆ
มันเป็นยานพาหนะพาเจ้าไปได้หรือเปล่า จักรยานได้ไหมลูก (ได้) จักรยานก็ได้ ปั่นในน้ำไงลูก


เครื่องช่วยชีวิต
เช่น ถ้าคนใกล้ตัวเราเป็นโรคหืดหอบ อะไรต่างๆ เหล่านี้ เขาสำนึกบุญแล้ว มันยังมีโอกาสรอด ตอนนั้นมันตกใจ หายใจไม่ทัน
มีอ๊อกซิเจนกระป๋องให้มันบ้างไหม
ยกตัวอย่างเครื่องช่วยชีวิต
เครื่องผายปอด
หรือเครื่องกู้ภัยเช่น กาละมังใหญ่ๆ เชือกเส้นยาวๆ เพื่อนเดือดร้อนนะ มีจิตสำนึกช่วยตัวเองได้แล้ว ช่วยเพื่อนบ้าง
เหวี่ยงเชือกไปให้มัน ถ้ามันมีบุญเราเหวี่ยงมันจะตรงหัวมันพอดี ถ้ามันไม่มีบุญไปพาดก้านคอมันพอดี
พี่ๆ น้องๆ เจ้ากรรมนายเวรจะเอาเหวี่ยงไปให้พันเอง และก็จะช่วยมัน ซึ่งเครื่องช่วยชีวิตและเครื่องกู้ภัยเหล่านี้ปรกติ
ในบ้านเจ้ามีไหมล่ะ (ไม่มี) บิดาถึงย้ำให้เจ้าหาไว้ใกล้ตัว


เครื่องให้แสงสว่าง ช่วงวิกฤตนั้นไฟฟ้าดับ ไฟฟ้าดับมืด
เหมือนอย่างที่อีสานที่เจ้าอ่านข่าวหนังสือพิมพ์เห็นไหม ต้องใช้อะไรลูก เทียนไข จุดดีๆ นะลูก ไม่งั้นเผาบ้านตัวเองอีก
อย่างนี้เขาเรียกว่าซวยกลางน้ำ คนอื่นเขาซวยกลางแดด พวกเจ้าจะซวยทางน้ำระวังให้ดี เทียนไขแต่ถ้าไม่งั้นก็ใช้อะไร
ตะเกียงน้ำมันใช่ไหม ตะเกียงน้ำมันที่มีฝาแก้วครอบและมีน้ำมันก๊าดใส่ไว้ มันเปลืองไหมล่ะนั่น จุดทั้งคืนยังเปลืองไม่ถึงลิตรเลย ให้แสงสว่างได้ไหม (ได้) ไฟฉายได้ไหมลูก (ได้) เอาไว้ส่องดูหน้าเจ้ากรรมนายเวร


แล้ว ในช่วงระยะต้นๆ ใหม่ๆ ที่ชำระโลก สังคมยังปั่นป่วน เศรษฐกิจเริ่มพังพาบ แบงค์ทำงานไม่ได้
ปัจจัยยังสำคัญอยู่ไหม (สำคัญ) อย่าอวดรวยนะลูกเดี๋ยวผู้ร้ายยังอยู่นะ แต่ต้องมีเก็บไว้เพื่อเอาไว้แลกเปลี่ยนใช่ไหม
มีบ้างไม่มีเลยคงแย่


เมื่อ เตรียมไว้ในบ้านเรียบร้อยแล้วในสิ่งเหล่านี้ ขอให้พวกเจ้าทุกคน บอกสมาชิกทุกคนในครัวเรือนให้รู้ว่าเก็บอะไรไว้ที่ไหน
เข้าใจหรือเปล่า ไม่ใช่กูแอบเก็บไว้กูคนเดียว คนในบ้านไม่มีใครรู้ พอถึงเวลากูละจะซวย เพราะเฮ้ยมึงเอาไฟฉายให้กูหน่อย
แล้วมึงไม่บอกกูว่าอยู่ไหน มันเสือกกัดกันก่อนตาย ไม่ใช่ตัดก่อนตายนะลูก กัดกันก่อนตาย หรือกัดกันจนตาย ต้องบอกเขาว่าอะไรอยู่ตรงไหน และแค่นั้นยังไม่พอ บอกรู้แล้วว่าไฟฉายอยู่ตรงนี้ แต่ ๆ ๆ ที่เปิดมันอยู่ไหน เสือกไม่สอนเขาอีก ใช่ไหม
ไปซื้ออย่างดีมา สวิทซ์มันพิเศษพิศดารใช่ไหม


เหมือน ห้องน้ำ บางคนเข้าห้องน้ำที่นี่ ที่หลังเวทีเข้าห้องน้ำ มันบอกอะไรว่ะก๊อกบ้าที่นี่ไม่มี หัวก๊อกไม่มีสวิทซ์เลย
มันใช้อย่างไงนี่ จะให้กูเอาปากอมหรือดูดออกหรือไง ไม่สอนมันนี่ใช่ไหม ไม่เขียนป้ายสอนไว้
ถ้าคนไม่มีปัญญาญาณซวยไหมล่ะ ใช้น้ำได้ไหม(ไม่ได้) คนไม่มีปัญญาญาณกับคนไม่ซุกซน รับรองใช้น้ำที่นี่ไม่ได้
ห้องน้ำนั่นนะ เพราะมันมีแต่หัวก๊อก ตัววาล์วไม่มีใช่ไหม

ยอม รับไหมว่าเจ้าตอนแรกเข้าไปก็งงเหมือนกัน เหมือนกับไปพักโรงแรมต่างจังหวัด ถามบ๋อยว่าผ้าห่มอยู่ไหน เสือกนอนทับผ้าห่มอยู่ มันบอกผ้าห่มอยู่ไหน นี่ทีเรื่องโง่ๆ ล่ะฉลาดนัก ทีเรื่องฉลาดแล้วโง่จริงๆ ต้องเปลี่ยนใหม่นะลูก

เตรียมอย่างที่สอง เตรียมสุขภาพร่างกายไว้ให้พร้อม
ไม่ใช่ตอนนี้รู้ว่าใกล้ชำระโลกแล้วยังเสือกทำตัวเจ็บป่วย ปล่อยให้ตัวเองเจ็บป่วยนี่ร่างกายอ่อนแอไหมล่ะลูก (อ่อนแอ)
ถ้าร่างกายอ่อนแอ อะไรจะอ่อนแอตามไปด้วย จิตใจของเจ้าจะอ่อนแอตามไปด้วยเมื่อใดเมื่อเจ้าป่วย เมื่อนั้นเจ้าจะติดต่อกับจักรวาลไม่ได้ทันทีเลย เพราะพลังอำนาจไม่เพียงพอ เข้าใจไหม เพราะฉะนั้นทำร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ไว้


พ่อ คงไม่ต้องสอนเจ้าหรอก ทำยังไงให้แข็งแรงสมบูรณ์ เพราะแต่ละคนบางทีก็อ้วนลงพุงเหมือนเครื่องยนต์แต่กรรมนี้
และสิ่งที่จะต้องทำก็คือ กินแต่น้อยและถ่ายแต่น้อย เจ้าว่าจริงไหม อย่าดันเห็นแก่กินอยู่ กินเยอะถ่ายเยอะ
ตอนนั้นไม่มีที่จะถ่าย กินแต่น้อยเพื่อให้อยู่ท้องนาน ๆ ไม่ใช่กินทางปากออกทางโน้นเลย แล้วเก็บปฎิกูลของตัวเองไหวไหมล่ะลูก ไหวไหม (ไม่ไหว) นี่ดีนะพวกเจ้าจะตกใจจนสุดขีดเวลาตกใจขี้ไปอยู่ไหนล่ะลูก บางส่วนมันไปอยู่สมอง เลยช่วยเจ้าส่วนหนึ่ง
ทำให้ท้องผูก ธาตุปั่นป่วน กินเข้าไปไม่รู้ออกทางไหน ไม่มีที่จะให้ออก มันหายไปอยู่บนนี้หมดแล้ว


ประการที่สาม คอยสังเกตสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า คือเจ้าจะต้องฝึกตัวเองให้หูไว ตาไว ก่อนที่ภัยจะถึงตัว
เช่น ขณะนี้เจ้าว่ามันใกล้ตัวเจ้ามาหรือยัง (ใกล้แล้ว) น้ำเหนือ กำลังมาใช่ไหม ตอนนี้ปากน้ำโพกำลังเดือดร้อน
ศรีอยุธยาของเจ้า เขาเรียกกรุงศรีอยุธยาใช่ไหม จะเดือดร้อน เดือดร้อนแล้วอีกไม่นานก็ถึงเจ้า ถึงคิว


ทีนี้ถึง คิวที่เจ้าจะอัศจรรย์ก็คือ ไม่ใช่น้ำเหนือมาอย่างเดียวนะลูก น้ำเหนือจริงๆ(น้ำฝน) เหนือลงมาด้วย เหนือนี่เหนือจริงไหมลูก เหนือนั้นนะไหลมาแบบเหนือๆ ไหลมาแบบปลอมๆ แต่เหนือนี่หนักหน่อยนะลูก แล้วพอมันลงมาเยอะๆ แล้วมันจะไปไหนล่ะลูก
ไปไหนได้ไหม (ไม่ได้) น้ำไปไหนไม่ได้ ก็ไม่ต่างจากเจ้าออกจากบ้านไม่ได้เหมือนกัน


หูไวตาไว เห็นแล้วมันกำลังมาใกล้ตัว แต่ประมาท พ่อกำลังบอกว่าอย่าประมาท เห็นรู้แต่ประมาท
คำว่าประมาทแปลว่า ฮึคงไม่มั้ง คงไม่หรอกน่ะ ท่วมแล้วเดี๋ยวเดียวก็ลดละน่ะ หลับเผลอไปนอนบนเตียง ตอนนี้เหลือแค่คืบเดียว ฮึ เดี๋ยวมันคงลดน่ะ หลับไป พอตื่นอีกที เตียงกูก็ลอยหาย ตัวกูก็หาย


เจ้า รู้ไหมเป็ดที่เจ้าเลี้ยงไว้ มันยังตกใจเลย เคยไหมน้ำมาเร็วขนาดเป็ดตกใจ เคยไหม เคยรู้ เคยเห็นไหม แต่ต่อไปนี้แหละจะได้เห็น เป็ดชอบเล่นน้ำใช่ไหมลูก แต่มันมาเร็วขนาดที่เป็ดหลับๆ อยู่ ป้าปๆ ๆ ๆ ตกใจ เป็ดตกใจ พอลืมตา เฮ้ยที่นี่มันที่ไหน เป็ดจำไม่ได้ว่านี่กูมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง แล้วบ้านกูที่กูนอนอยู่มันอยู่ตรงไหน อย่าว่าแต่พวกเจ้าเลย เป็ดยังตกใจ
นี่คือสิ่งที่เจ้าจะต้องเตรียมตัวเอาไว้


(คัดลอกบางส่วนมาจากเทปคำบรรยาย จิตจักรวาลอ่านโลก ครั้งที่ 76
ณ.ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 15-16 กันยายน พ.ศ.2545 )
ขอบคุณที่มาจาก เวปพลังจิต
โดยคุณ เกษม

ดาวน์โหลดคู่มือรับภัยพิบัติ
http://www.ziddu.com/download/14332138/survival.rar.html

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2554

วิธีปฎิบัติตัวเมื่อเกิดน้ำท่วม

อุทกภัย น้ำท่วม

เกิด จากฝนตกหนังต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน บางครั้งทำให้เกิดแผ่นดินถล่ม 
อาจมีสาเหตุจากพายุหมุนเขตร้อนลมมรสุมมีกำลังแรง
ร่องความกดอากาศต่ำมีกำลังแรง
อากาศแปรปรวน น้ำทะเลหนุน แผ่นดินไหว เขื่อนพัง ทำให้เกิดอุทกภัยได้เสมอ


อุทกภัยแยกออกเป็น


น้ำป่าหลาก เกิดจากฝนตกหนักบนภูเขา ต้นน้ำลำธารและไหลบ่าลงที่ราบอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีต้นไม้ ช่วยดูดซับ
ชะลอกระแสน้ำ ความเร็วของน้ำ ของท่อนซุง และต้นไม้ ซี่งพัดมาตามกระแสน้ำจะทำลายต้นไม้ อาคาร ถนน สะพาน
และชีวิตมนุษย์และสัตว์ได้

น้ำท่วมขัง น้ำเอ่อนอง เกิดจากน้ำล้นตลิ่ง มีระดับสูงจากปกติท่วมแช่ขัง ทำให้การคมนาคมหยุดชะงัก
เกิดโรคระบาดได้ ทำลายพืชผลเกษตรกร

คลื่นซัดฝั่ง เกิดจากพายุลมแรงซัดฝั่ง ทำให้น้ำท่วมบริเวณชายฝั่งทะเล บางครั้งมีคลื่นสูงถึง 10 เมตร
ซัดเข้าฝั่งทำลายทรัพย์สินและชีวิตได้


การป้องกันและลดความเสียหายจากอุทกภัย
  • ติดตามฟังข่าวอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้อพยพ
    ควรรีบอพยพไปอยู่ในที่สูง อาคารที่มั่นคงแข็งแรง ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
    • ถ้า อยู่ที่ราบให้ระมัดระวังน้ำป่าหลากจากภูเขาที่ราบสูงลงมา
      กระแสน้ำจะรวดเร็วมาก
      ควรสังเกต
      เมื่อมีฝนตกหนักติดต่อกันบนภูเขาหลายๆ วัน
                        ให้เตรียมตัวอพยพขนของไว้ที่สูง
  • ถ้าอยู่ริมน้ำให้เอาเรือหลบเข้าฝั่งไว้ในที่จะใช้งานได้เมื่อเกิดน้ำท่วม เพื่อการคมนาคม
    ควรมีการวางแผนอพยพว่าจะไปอยู่ที่ใด พบกันที่ไหน อย่างไร
  • เมื่อมีกระแสน้ำหลาก จะทำลายวัสดุก่อสร้าง เส้นทางคมนาคม ต้นไม้ พืชไร่ได้
    ให้ระวังกระแสน้ำพัดพาไป
    อย่าขับรถยนต์ฝ่าลงไปในกระแสน้ำหลาก แม้บนถนนก็ตาม
    อย่าลงเล่นน้ำ อาจพบอุบัติภัยอื่นๆ อีกได้
  • หลังจากน้ำท่วมจะมีขัง จะเกิดโรคระบาดในระบบทางเดินอาหารทั้งคนและสัตว์
    ให้ระวังน้ำบริโภค ควรสะอาด ต้มสุกเสียก่อน
ที่มาhttp://www.bloggang.com/viewblog.php?id=embracingislam&group=60

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2554

มาทำที่หลบภัยยามเกิดภัยพิบัติกันเถอะ

 การเตรียมตัวรับภัยพิบัติอีกข้อหนึ่งคือ ควรหาที่หลบภัย
ซึ่งถ้าถึงตอนเกิดภัยบัติแล้ว ตอนนั้นไม่คิดจะไปไหน ก็ตั้งหลักที่"บ้านตัวเอง"ดีกว่า ซึ่งบ้านควรจะมีความแข็งแรง และควรดัดแปลงให้มี "ห้องนิรภัย" ขนาด ประมาณเข้าไปนั่งหรือนอนได้ให้พอสำหรับ 4-5 คน ทำจากวัสดุผสมมีช่องระบายอากาศ กรองด้วยตะแกรงพลาสติกและแผ่นคาร์บอนของตู้ปลา และบุภายในด้วยแผ่นฟรอยด์หลายๆชั้นเพื่อป้องกันรังสี เก็บเสียง วางใว้ในตัวบ้านบนชั้นสอง..และมีอุปกรณ์ที่จำเป็นอยู่ในนั้นด้วย

ทดลองออกแบบห้องนิรภัยมาเป็นตัวอย่าง
อันนี้เฉพาะการป้องกันร่างกาย
 
***วัสดุและการสร้าง***
โครงสร้างใช้เหล็กเส้น สานหรือถักเป็นตารางสี่เหลี่ยม ช่องละประมาณ 30 ซม.(ทำ2ชั้น) เว้นช่องตรงกลางผนังให้กว้างราว 10-15 ซม.ใส่แผนฟรอยด์หลายๆชั้น ผงถ่านคาบอนด์ หรือบรรจุกระป๋องน้ำอัดลมไว้ภายในให้เต็มช่อง เพื่อให้น้ำหนักเบา ประกบฝาด้วยไม้อัดเรซิ่นหรือไฟเบอร์อย่างหนา ทั้ง 2 ข้าง แล้วเททรายใส่ให้เต็มช่องผนังอย่าให้มีช่องว่าง

ภายในติดโคมไฟแขวน+แบตตารี่ มีช่องเก็บของซ่อนใต้พื้น เก็บอาหารแห้ง มีช่องที้งขยะผ่านท่อฟรอยด์ออกไปภานนอก

มีช่องระบายอากาศให้ถ่ายเทได้ ผ่านแผ่นกรองคาบอนด์ เลื่อนปิด-เปิดได้
ใช้ป้องกันรังสีนิวเคลียร์ได้ระดับหนึ่ง ช่วยให้คนในครอบครัวปลอดภัย ในงบประมาณไม่เกินหมื่นบาท (ถ้าทำเอง) ภายในก็มีผ้าห่มกันรังสี ด้วยก็ยิ่งดี
เอาไว้เป็นแนวทางเอาไปปรับใช้กันเองได้ ตามขนาดที่พอใจ...หรือสร้างเป็นก็ทรง"ปิรามิด"ยิ่งดี..ไว้นั่งสมาธิและได้เรื่องพลังอีกด้วย (คงต้องช่วยกันคิดปรับปรุงอีก ขอความเห็นเพิ่มเติมด้วยครับ..)



รูปขนาดเล็ก
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเวปพลังจิตค่ะ
โดยคุณ kananun

วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

มะเร็ง...ภัยเงียบในผักสด

พืชผักผลไม้....เป็น อาหารหลักที่สำคัญต่อสุขภาพ
เนื่องจากมีสารอาหารครบ 5 หมู่ ตามที่ร่างกายต้องการ แถมยังมี ใย (Fiber) นอกจากนั้น
ยังมีสารจากธรรมชาติที่เป็นประโยชน์มากมาย อาทิ คลอโรฟิลล์เบตาแคโรทีน....ฯลฯ

                              แต่...อาจมีโทษแอบแฝง อยู่ก็ได้ อย่างเช่น ไนโตรเจน
ซึ่งเป็นธาตุอาหารที่จำเป็น ที่พืชนำไปใช้ในการเจริญเติบโต ทั้งในรูปแอมโมเนียมและ ไนเตรต

                              และ หากว่า....มีไนโตรเจนมากเกินความต้องการของพืช อาจทำให้เกิดการสะสมในดินหรือกับพืชมากขึ้น การที่มากเกินนี้ ทำให้ไนเตรตเปลี่ยนรูปกลับไปเป็นไนไตรต์
จะเป็นส่วนร่วมในการสร้างสารประกอบคาร์ซิโนเจน ซึ่งชักนำให้เกิดมะเร็งได้ในที่สุด

     ...ผู้บริโภคผักที่มีปริมาณไนเตรตสะสมอยู่สูง ก็มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้เช่นเดียวกัน
...จึงเป็นภัยเงียบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคโดยตรง

      ดร.พัชราภรณ์ ภู่ไพบูลย์ กับ นางศิริวัลย์ สร้อยกล่อม และ  นางสาววาสนา บัวงาม
นักวิจัยจากฝ่ายเครื่องมือและวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มก. จึงทำการ
ศึกษาการสะสมไนเตรตในผักคะน้า ผักกาดหอม และ ผักบุ้ง ที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดทั่วไป....
โดยแบ่งชนิด ผักอินทรีย์ ผักปลอดสารพิษ และผักที่ปลูกโดยใช้ปุ๋ยเคมี

                              แล้วก็พบว่า....ผักที่ปลูกในน้ำยา (hydroponic) มีแนวโน้ม
การสะสมไนเตรตสูงสุด
โดยผักคะน้า hydroponic มีค่าเฉลี่ยของ ไนเตรต (NO3-) สูงที่สุด 4,529.3 มก./กก. น้ำหนักสด
รองลงมาคือผักบุ้ง มีปริมาณไนเตรต (NO3-) 3,978.6 มก./กก.
และผักกาดหอม hydroponic  มีปริมาณไนเตรต 1,729.5 มก./กก. ตามลำดับ
                                                                ค่ามาตรฐาน
ที่ European Union (EU) กำหนดไว้
ในผักรับประทานใบ (spinach) ให้มีค่าไนเตรตไม่เกิน 2,500 มก./กก.

    ...จะเห็นได้ว่า ผักคะน้าและผักบุ้ง hydroponic
                            มีปริมาณไนเตรต (NO3-) เกินมาตรฐาน

                              คณะผู้วิจัย...จึงได้ทำการศึกษาเพิ่มเติม
เพื่อหาแนวทางในการลดไนเตรต ในผักคะน้าและผักบุ้งก่อนการบริโภค
โดยนำไป ต้มในน้ำเดือด หรือ ทำการนึ่ง เป็นเวลา 10 นาที
จะสามารถลดค่าไนเตรต-ไนโตรเจน(โดยน้ำหนักแห้ง)
และค่าไนเตรต (โดยน้ำหนักสด) ทำให้ค่าไนเตรต-ไนโตรเจน
ในผักคะน้าและผักบุ้งลดลง 22 ถึง 47% และ 47% ตามลำดับ

                              นอกจากนี้ การแช่ผักในน้ำ 1 วัน (แช่ในด่างทับทิม และแช่ในน้ำเกลือ)
ก็มีแนวโน้มที่จะช่วยทำให้ค่าไนเตรต-ไนโตรเจน...ลดลงด้วยเช่นกัน

                              เพื่อลดปัญหาในเรื่องมะเร็ง
....ผู้บริโภคควรทำความสะอาดพืชผัก ผลไม้ทุกชนิด ทั้งประเภทพืชที่ปลูกแบบปลอดสารเคมี
ปลูกแบบชีวอินทรีย์ ปลูกแบบไม่ใช้ดิน หรือปลูกตามปกติทั่วไป  ก่อนนำไปรับประทาน 
...แม้จะไม่ร้อยเปอร์เซนต์  มันก็ยังช่วยให้สบายใจ..!!

ที่มา  http://www.thairath.co.th/column/edu/back2sky/131908

วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วิธีกำจัดความเมื่อยเท้า


เท้าคืออวัยวะที่แบกรับน้ำหนักของร่างกายตลอดทั้งวัน จึงไม่น่าแปลกใจหากวันไหนที่ต้องยืน
หรือเดินเป็นเวลานานๆ จะเกิดอาการปวดเมื่อยตามมา โดยเฉพาะผู้หญิงทำงานที่ต้องใส่ส้นสูง
ซึ่งไม่เป็นผลดีกับสุขภาพ แต่ต้องทนเพื่อความสวยงาม



ดังนั้นวิธีการกำจัดความเมื่อยเท้าก็คือ การแช่เท้าในน้ำอุ่นที่ผสมน้ำมันหอมสัก 10 นาที
นวดบริเวณส้นเท้าด้วยโลชั่น




จากนั้นยื่นเขย่งเท้าขึ้น - ลง สัก 10-15 ครั้ง จะช่วยคลายความเมื่อยล้า
และจะทำให้เท้าดูสะอาดและนุ่มขึ้นด้วย

TIP..ในการใช้น้ำหอมสร้างเสน่ห์

ในการใช้น้ำหอมนั้น มีหลายสิ่งที่จำเป็น ที่ต้องรู้เพื่อให้น้ำหอมเสริมสร้างเสน่ห์ยิ่งขึ้น

สิ่งที่ควรทำในการใช้น้ำหอมคือ
  
      

- ควรฉีดน้ำหอมบริเวณที่มีผิวแห้ง เพราะความหอมจะติดทนนานกว่า

- ควรเลือกกลิ่นน้ำหอมที่เบาสบายในหน้าร้อน และเลือกกลิ่นหอมอบอวลในหน้าหนาว
  
- ก่อนตัดสินใจซื้อน้ำหอม ควรฉีดน้ำหอมทิ้งไว้ 10 นาที แล้วสูดดมกลิ่นนั้น อีกครั้ง

- ควรซื้อน้ำหอมในตอนเย็น เพราะจะทำให้รู้กลิ่นที่แท้จริง เมื่อกลิ่นของน้ำหอมผสมกับผิวกาย

- ควรเลือกกลิ่นที่ทำให้รู้สึกสดชื่นและมั่นใจ
                                            
- ควรฉีดน้ำหอมหลังอาบน้ำ เพราะรูขุมขนจะเปิดซึมซาบกลิ่นน้ำหอมได้ดี



ข้อควรระวังในการใช้น้ำหอม

- ไม่ควรฉีดน้ำหอมบริเวณเดียวกับที่ใช้ยาดับกลิ่นกาย
- ไม่ควรฉีดน้ำหอมบนเครื่องประดับมุกและเพชรพลอย
   เพราะแอลกอฮอล์ที่ผสมอยู่ในน้ำหอมอาจทำให้เครื่องประดับเป็นสีเหลือง และขุ่นมัวได้
- ไม่ควรสูดกลิ่นน้ำหอมเกิน 3 กลิ่น เพราะจะทำให้เลือกไม่ถูก

- ไม่ควรใช้น้ำหอมขวดเดียวเป็นเวลานาน เพราะอุณหภูมิภายนอกทำให้กลิ่นเปลี่ยนได้