แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ fw เมล์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ fw เมล์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ประสบการณ์จริง 25 ข้อ จากคนที่ น้ำ ท่วมบ้านแล้ว

ประสบการณ์จริง 25 ข้อ จากคนที่ น้ำ ท่วมบ้านแล้ว
ข้อเตือนใจจากคนที่น้ำท่วมแล้ว

จากคุณสุเทพ เตมานุวัตร์
หมู่บ้านมณีรินทร์ 345

ได้รวบรวมสิ่งที่ได้เรียนรู้ จากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ มาบอกกล่าวกันครับ

1. อย่าเสียเวลากับการป้องกัน
หากบริเวณบ้านของท่านอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
แต่ทางการประกาศว่าระดับน้ำอาจสูงถึง 1.5 เมตร
อย่าได้เสียเวลากับการป้องกันเลยครับ ระดับน้ำที่มาถึงบ้านท่าน
รับรองว่า จะต่ำกว่า หรืออาจจะสูงกว่า ที่ทางการประเมิน (รับรองท่วม)

2. กระสอบทราบเป็นแค่เครื่องมือชะลอน้ำเท่านั้น
กระสอบทรายมิใช้แก้วสารพัดนึกครับ มันไม่สามารถกั้นน้ำได้ 100 % แค่ทำให้น้ำรั่ว
หรือซึมเข้ามาได้บ้าง ท่านต้องมีการดูดออกด้วย

3. การวางกระสอบทราย เรามิใช่มืออาชีพ
การจัดเรียงกระสอบทรายต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญจริงๆๆ ผมกับเพื่อบ้าน
หมดค่ากระสอบทรายไป 50,000 บาท
สุดท้าย ก้อ ละลายน้ำ

4. อย่าได้เชื่อโครงการ
อันนี้มิได้ต่อว่าโครงการนะครับ
เพียงแค่ว่าเขาประเมินสถานการณ์ต่ำไป โครงการผมลงทุนน่าจะเป็นล้าน
ตั้งคันดิน กระสอบทรายน่าจะกว่า 30,000 ใบ คันสูง 1.5 เมตร
เครื่องสูบน้ำออกแบบตัวใหญ่ๆๆกว่า 3 ตัว (นิคมอุตสาหกรรม กี่แห่งแล้ว)

5. สิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่ สิ่งที่ใช่ อาจไม่เห็น
น้ำมิได้โจมตีจะภาคพื้นดินหรอกครับ มันมาจากใต้ดิน มันมุดกำแพงเข้ามา
บางครั้งมันโพร่งให้เห็น แต่หากมันไม่โพร่งให้เห็น
มันจะซึมลงท่อน้ำทิ้งของโครงการเนื่องจากท่อน้ำทิ้งที่วางแนวไว้
นานเข้าจะเกิดการทรุดตัว แครก แตก ทำให้น้ำซึมเข้ามา จนกระทั้งเต็มท่อ
โครงการมัวแต่อุดท่อที่ต่อกับภายนอก และไม่เห็นว่าท่อข้างในมีการรั่วซึม

6. การอุดท่อระบายน้ำเข้าบ้าน มิใช่การป้องกัน
ทุกสำนักจะบอกว่า
ต้องอุดท่อระบายน้ำ ลองอ่านจากข้อสองครับ เราอาจจะรู้สึกว่าแน่นดี
เอาอยู่ น้ำไม่ผ่าน แต่ที่จริง กระสอบทรายแค่ชะลอ ทำให้น้ำผ่านยากขึ้น
และที่สำคัญ พวกบ้านเดียว มีพื้นที่สวน
ใต้บ้านของท่านล้วนแล้วแต่เป็นโพรง
น้ำจะแทรกตัวลงไปจนแน่นโพรงใต้พื้นแล้วจะผุดออกมาตามรอยแตกของบ้าน
บางครั้งอาจจะดันกระเบื้องเข้าบ้านได้ แต่เหตุการณ์นี้เกิดได้ค่อนข้างยาก

7. ห้องน้ำคือจุดอ่อนที่สุด เมื่อน้ำเต็มท่อระบาย
จะหาทางออกมาทั้งน้ำทิ้ง ทางพื้นที่เรียกว่า Floor Drain รวมถึงชักโครก
ซึ่งท่านไม่สามารถจะอุดได้ หากจะอุดจริงๆ ต้องถอดหัวชักโครกแล้วโบกปูน

8. อย่ามัวสาระวนกันการป้องกัน เมื่อน้ำบุกเข้ามาได้
ท่านจะพยายามลากกระสอบทรายมาปิด มาอุด ซึ่งไร้ประโยชน์
เอาเวลาไปตรวจสอบว่า เรามีอะไรยังไม่ได้ยกขึ้นที่สูงอีกบ้าง

9. ไม่ต้องสะสมเสบียง
เพราะหากปริมาณน้ำขนาดนี้ ท่านถูกตัดไฟแน่นอน
แล้วจะอยู่อย่างๆไร ผมสะสมเสบียงอยู่ได้เกือบ 3 เดือน
จบข่าวตั้งแต่วันแรกแล้ว

10. ก่อปูนเป็นทางออกที่เกือบใช่ แต่.... ไปดูข้อเจ็ดครับ
หากท่านมั่นใจว่าสามารถสร้างระบบปิดในตัวบ้านท่านได้ ก็จงทำเถิด
แต่หากไม่ใช่ อย่าเสียเวลา

11. ระดับความสูง
หากท่านเห็นน้ำขนาดนี้มาอีก ของที่ยกได้
ขอให้ระดับไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร หากจะเทินของก็ให้มั่นใจว่ากว่า
บ้านผมสูงจากถนน 30 เซ็น ก่อปูนอีก ประมาณ 70 เซน สุดท้าย ไม่รอด
อย่าท้อกับของใหญ่ผมได้มีโอกาสคุยกับหลายคนที่น้ำยังไม่ท่วม พอเจอตู้เย็น
เครื่องซักผ้าเข้า ก้อไม่เอา บอกหนัก คุณยังมีเวลาครับ ทำเลย หาเพื่อน
ข้างบ้านมาช่วย ส่วนใหญ่ใช้วิธิเทินเอา คุณเทินสูงไม่ได้เกิน 80 ซม - 1
เมตร หรอกครับ มันจะล้ม ลองใช้ประโยชน์จากชานพักบันไดสิครับ
พื้นที่ประมาณ 2x2 เมตร พอวางเครื่องซักผ้า และ ตู้เย็นใบใหญ่ได้
ความสูงชานพักน่าจะสัก 1.8 - 2 เมตร น่าจะพอไหว
แต่ขึ้นอยู่กับพื้นที่บ้านท่านด้วยนะครับ

12. เก็บของสำคัญพร้อมหนี
อย่ามั่วเสียเวลาในการป้องกัน
จัดกระเป๋าสำรองอีกใบ เพราะเวลาขันแน่นมาก (คับขัน) ท่านจะเก็บไม่ทัน
ลืมโน่นลืมนี่

13. หากท่านผ่อนบ้าน จะถูกบังคับทำประกัน จงกลับไปอ่านอนุสัญญา
บางบริษัทจะครอบคลุมน้ำท่วม หรือภัยที่มาจากน้ำ
ท่านอาจจะได้เงินคมาจากการซ่อมบ้าน

14. ปั้มน้ำสิ่งที่ถูกลืม
ระบบน้ำใช้ในบ้านส่วนใหญ่จะเป็น 2 ระบบ
คือต่อประปาตรงกับผ่านปั้ม ท่านสามารถถอดปั้มออกก่อนได้เลยครับ
แล้วปรับไปใช้ต่อตรง แต่น้ำจะเบาสักหน่อย อ้อ
ถอดเสร็จอย่าลืมเอาอะไรมาหุ้มปลายน้ำเข้าบ้านด้วย กั้นไม่ให้
น้ำเสียไหลเข้าบ้าน หากไม่มีอุปกรณ์ถอด ใช้เลื่อยตัดเลยครับ
ให้เหลือปลายไว้ด้วยนะครับ จะได้ต่อกลับง่ายๆ

15. ผู้ใหญ่ คนชรา เด็ก ผู้ป่วย และหมาแมวเชิญท่านออกมาก่อนครับ
จะได้ไม่พาว้าพะวง ส่วนใหญ่ที่สร้างปัญหา ไม่ใช่คนครับ
สัตว์เลี้ยงของท่านนั่นแหละครับ เพราะมันลุยน้ำไม่ได้เหมือนท่าน

16. รถยนต์ปัจจัยที่ 7 ของท่านจะเป็นตัวสร้างภาระอย่างใหญ่หลวง
โดยปกติ ช่วงหน้าหมู่บ้านทุกแห่งมักต่ำกว่าบ้านในโครงการ ดังนั้น
ท่านอาจจะลุยออกมาไม่ได้ หาที่จอดในเมืองเลยครับ นั่ง taxi เอา

17. ยังไม่ต้องหนีหากท่านจัดการข้อ 15,16 เรียบร้อย
ท่านอยู่เฝ้าบ้านได้ครับ อยู่จนกว่าน้ำจะมา
ลงมาดูว่าเรายังไม่เก็บอะไรอีก จากนั้น ค่อยๆ หิ้วกระเป๋าที่เตรียมไว้
เดินออกมาอย่างยิ้มแย้ม โปกมือกับเพื่อนบ้านที่โกลาหล
ไม่ต้องกังวลว่าจะออกมายังไงครับ เดินลุยน้ำชิวๆๆๆมาเลย ไม่มี taxi
มารับท่านหรอกครับ อาศัยโบกรถเอา เพราะตอนนั้น ถนนใหญ่ของท่าน
น้ำจะสูงมาก ผมยังโบกรถ 3 ทอดกว่าจะมาถึงบ้านอีกที่หนึ่ง ถึงตอนนั้น
คนไทยไม่ทิ้งกันแน่นอน รับประกัน

18. หากไม่อยากเปียกนอนต่อ ท่านยังอยู่ได้ ตราบใดที่ไฟฟ้าไม่ตัด
ปกติในวันแรกที่น้ำท่วม การไฟฟ้ายังไม่ตัดไฟหรอกครับ กำลังงง ยุ่งอยู่
และระดับน้ำจะเริ่มนิ่งๆๆ ขึ้นช้าๆๆๆ ท่านยังอาศัยอยู่ได้
รอจนกว่าจะมีคนมารับ แล้วเปลี่ยนบรรยากาศนั่งรถทหาร ชมวิว หรือจะรอ เรือ
มารับก้อได้ ลุ้นหน่อย มันดี

19. ตรวจสอบ breaker
ว่าอันไหนตัดอะไร พอน้ำมา อพยพขึ้นชั้น สอง
ตัดไฟชั้นล่างให้หมดเลยครับ

20. กะละมัง อุปกรณ์ทุ่นแรง
หากยังมีของแยะ
ตอนลุยออกมา เอาใส่กะละมังครับ แต่ต้องไม่รั่วนะ

21. ฟังคนอื่น ฟังหมู่บ้าน
แต่....จงเชื่อตนเองเวลาจับกลุ่มคุยทุกคนจะให้ข้อมูลในเชิงหวังดี แค่ท่วมแค่นี้แหละ ไม่มากหรอก ....
อย่าลืมนะครับ คนที่ท่านคุยด้วยไม่เคยโดน ผมนี่แหละ เต็มๆๆๆๆๆ

22. สัญญาณแรก น้ำในท่อระบายน้ำหมั่นสอดส่องดูน้ำในท่อระบายน้ำครับ
หากเริ่มเห็นน้ำมาขังในท่อ แปลว่า ทัพหน้าเขามาถึงแล้ว
เริ่มแทรกตัวลงมาอยู่ในท่อของเรา

23. ท่านต้องรู้ชัยภูมิหมู่บ้านท่านควรทราบว่า ทิศแต่ละทิศ ติดอะไร
หากติดสวน ติดนา น้ำมักจะมาล้อมท่านอย่างเงียบๆ
เพราะพื้นที่รอบข้างท่านยิ่งกว้าง น้ำจะขึ้นช้าๆ ต้องคอยดู
หากเริ่มมีน้ำในนา ในสวนที่ติดกับหมู่บ้าน แสดงว่า
น้ำกำลังตั้งป้อมรอแล้วละ ท่านควรรู้ทางน้ำที่กำลังไหลผ่านว่า หากจะมา
จะเข้ามาทางใด มั่นไปดูบ่อยๆ

24. ปิดแอร์ เปิดหน้าต่างนอนช่วงนี้
หากท่านทนไหว เปิดหน้าต่างเถอะครับ
เพราะหากท่านเปิดแอร์นอน ท่านจะไม่ได้ยินประกาศอะไรเลย
ยิ่งอยุ่ในซอยลึกๆๆอีก

25. เทปกาวเหนียวๆ
ปิดปลั๊กไฟที่ต่ำๆ กันน้ำเข้าพอจะช่วยได้บ้างครับ
เอาหลายๆๆชั้นหน่อยนะครับ

ที่มา fw mail

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เรื่องขำ ๆ

ตอน เข้มแข็งไว้นะที่รัก


นักโทษคนหนึ่งหนีออกจากคุกซึ่งติดมาเป็นเวลา 15 ปี
เขาหนีเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งเพื่อจะหาเงินและปืน แต่กลับพบกับสามี ภรรยาคู่หนึ่ง
อยู่บนเตียง เขาสั่งให้ผู้ชายออกจากเตียงและมัดไว้กับเก้าอี้ ขณะที่เขามัดผู้หญิงไว้กับเตียง
และจูบที่คอ จากนั้นเขาก็ผุดลุกขึ้นเข้าห้องน้ำไปอย่างรีบร้อน
ขณะนั้นเองสามีก็กล่าวกับภรรยาว่า


สามี: ฟังนะ.. ชายคนนั้นเป็นนักโทษหนีคุก ดูที่เสื้อเขาซิ!
เขาอยู่ในคุกหลายปีและไม่เคยเจอผู้หญิงเลย ผมเห็นเค้าจูบที่คอคุณ
ถ้าเขาต้องการเซ็กส์ อย่าขัดขืนหรือบ่นอะไร ทำอย่างที่เขาบอก
ชายคนนี้อันตรายมาก ถ้าทำให้เค้าโกรธ เราอาจจะถูกฆ่า
เข้มแข็งไว้นะที่รัก ผมรักคุณ

ภรรยาเค้ากลับตอบว่า: เขาไม่ได้จูบที่คอฉันหรอกที่รัก เขาแค่กระซิบกับฉันว่าเขาเป็นเกย์
เค้าคิดว่าคุณน่ารัก และถามว่าเรามีวาสลีนมั้ย?
ฉันก็ตอบเค้าไปว่า อยู่ในห้องน้ำ
เข้มแข็งไว้นะที่รัก ฉันก็รักคุณเหมือนกัน

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ช่างตัดผมเมืองจีน


มาดูช่างตัดผมของจีนกันเถอะ
อยากตัดผมก็ต้องโทรไปตามช่างมาก่อน บริการดีจริง ๆ


มีปริการสระผมให้ก่อนตัดผมด้วย

ดูแล้วเสียวแทนจริง ๆ

วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2554

สูตรเกี่ยวกับบุคลิกของตัวเอง

สูตรเกี่ยวกับบุคลิกของตัวเองที่ควรไปจะคู่
กับสูตรสุขภาพมีอย่างนี้


๑.
อย่าเปรียบเทียบชีวิตของตัว เองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณอิจฉานั้นเขา มีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง
๒.
อย่าคิดทางลบเกี่ยวกับ เรื่องที่คุณควบคุมหรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลก ในแง่ร้าย, ก็ทุ่มเทกำลังและพลังงานให้กับความคิด ทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย
๓.
อย่าทำอะไร เกินกว่าที่ตัวเองทำได้...รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน
๔..
อย่าเอา จริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขา ไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก
๕.
อย่า เสียเวลาและพลังงานอันมีค่าของคุณกับ เรื่องหยุมหยิมหรือเรื่องซุบซิบ....นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณ ผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง
๖.
จงฝันตอนตื่นมากกว่าตอน หลับ
๗.
ความ รู้สึกอิจฉาริษยาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า ๆ ปลี้ ๆ...คิดให้ดีก็จะรู้ว่าคุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว
๘.
ลืมเรื่อง ขัดแย้งในอดีตเสีย และอย่าได้เตือนสามี หรือภรรยาคุณเกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่งเลย เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ
๙. ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร...
จงอย่าเกลียดคนอื่น
๑๐.
ประกาศ สงบศึกกับอดีตให้สิ้น, จะได้ไม่ทำลายปัจจุบันของคุณ
๑๑.ไม่มีใคร
กำหนดความสุขของคุณได้นอกจากคุณเอง
๑๒.จงเข้าใจเสียว่า
ชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อเรียน รู้ และปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตรซึ่งมาแล้วก็หาย ไป...เหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต...แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอด ชีวิต
๑๓. จง ยิ้มและหัวเราะมากขึ้น
๑๔. คุณ
ไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งที่ถก เถียงกับคนอื่นหรอก...บางครั้งก็ยอมรับว่าเราเห็นแตกต่างกัน ได้...เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร

แล้ว
เราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้าง เราล่ะ
?

๑. อย่าลืมโทรฯหาครอบครัวบ่อย ๆ
๒. จงหาอะไรดี ๆ ให้คนอื่นทุกวัน
๓. จงให้อภัยทุกคนสำหรับทุกอย่าง
๔. จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน
70 และต่ำกว่า 6ขวบ
๕. พยายามทำให้อย่างน้อย
3 คนยิ้มได้ทุกวัน
๖. คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณไม่ใช่ เรื่องของคุณสัก หน่อย

๗. งานของคุณไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัวและเพื่อนคุณต่างหากเล่าที่จะดูแลคุณในยามคุณมีปัญหา สุขภาพ ดังนั้น
, อย่าได้ห่างเหินกับคนใกล้ชิดเป็น อันขาด


และถ้าหากสามารถดำรงชีวิตให้มีความหมายได้
, ก็ควรจะทำ ดังต่อไปนี้
๑. ทำสิ่งที่ควรทำ
๒. อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์
, ไม่สวย, ไม่น่ารื่นรมย์,จงทิ้ง ไปเสีย...เก็บไว้ทำไม?
๓. เวลาและพระเจ้าย่อมรักษาแผล ทุกอย่างได้
๔. ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือเลวปานใด
, เดี๋ยว มันก็เปลี่ยน
๕. ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรในตอนเช้าของทุกวัน
, จงลุก จากเตียง, แต่ง ตัวและปรากฎตัวต่อหน้าคนที่เราร่วมงาน ด้วย...get up, dress up and show up.
๖. สิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง
๗. ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้
, อย่าลืมขอบคุณพระเจ้า หรือสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย
๘. เชื่อเถอะว่าส่วนลึก ๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุข เสมอ...ดังนั้น
,
ส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า