แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิ่งลี้ลับ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิ่งลี้ลับ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2556

บูชาขอพรพญานาคด้วยกำยาน


จากตำนานความเชื่อ เกี่ยวกับพญานาคแต่โบราณ
ในสมัยพระพุทธเจ้า มีพญานาคตนหนึ่งนั่งฟังธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าแล้วได้เกิดศรัทธา
จึงได้แปลงกายเป็นมนุษย์ขอบวชเป็นพระภิกษุ แต่อยู่มาวันหนึ่งเข้านอนในตอนกลางวัน
หลังจากหลับแล้วมนต์ได้เสื่อมกลายเป็นงูใหญ่ จนพระภิกษุรูปอื่นไปเห็นเข้า
ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงให้พระภิกษุนาคนั้นสึกออกไป
เพราะเป็นสัตว์เดรัจฉาน นาคตนนั้นผิดหวังมาก จึงขอถวายคำว่า นาค
ไว้ใช้เรียกผู้ที่เข้ามาขอบวชในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นอนุสรณ์ในความศรัทธาของตน
ต่อจากนั้นมาพระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติไม่ให้สัตว์เดรัจฉาน ไม่ว่าจะเป็นนาค ครุฑ
หรือสัตว์อื่น ๆ บวชอีกเป็นอันขาด เพราะก่อนที่อุปัชฌาย์จะอุปสมบท
ให้แก่ผู้ขอบวชจะต้องถาม อัตรายิกธรรม หรือ
ข้อขัดข้องที่จะทำให้ผู้นั้นบวชเป็นพระภิกษุไม่ได้ รวม 8 ข้อเสียก่อน

ในจำนวน 8 ข้อนั้น มีข้อหนึ่งถามว่า “ท่านเป็นมนุษย์หรือเปล่า”

จึงเป็นเหตุให้มีความเชื่อที่เกี่ยวพันทั้งทางด้านศาสนาและในด้านต่าง ๆ มากมาย


เริ่มแรกก็นับถือกันในฐานะสัตว์ที่มีความดุร้าย

ต่อมาจึงได้เลื่อนฐานะเป็นเทพเจ้า

เรียกในนามว่า นาค หรือ พญานาค
จึงได้มีการบูชาเพื่อเป็นการขอพร

เพื่อ
ให้พญานาคและวิญญาณในพื้นที่นั้นๆ สงบและมีความสุข
ทั้งยังช่วยชำระล้างพลังที่ไม่ดีภายในพื้นที่ให้บริสุทธิ์
ส่งผลให้อุปสรรคปัญหาทั้งหลายในชีวิตมลายหายไป
หรือผ่อนบรรเทาลงได้



การบูชากำยาน
ควรเริ่มทำในช่วงเย็นหลังพระอาทิตย์ตกดินแล้ว 
ข้อ 1 ควรหาภาชนะที่เหมาะสมสำหรับใส่กำยาน
จุดกำยานให้ติดไฟ
หากใช้กำยานชนิดถ้วย ให้จุดไฟให้ติดในหลุมของถ้วยกำยาน


ข้อ 2 เมื่อไฟติดและเกิดควันแล้ว
ให้ตักผงกำยานหนึ่งช้อนพูนลงในถ้วยกำยานให้เต็ม


ข้อ 3 ตั้งจิตอธิษฐานพร้อมกล่าวดังๆ ว่า 


ข้าพเจ้าขอถึงที่พึ่งในผู้รู้แจ้งทั้งหลาย
ข้าพเจ้าขอถวายกำยานนี้แด่ทวยเทพ
แด่ผู้ปกปักรักษาแห่งจักรวาล แด่นาค
แด่วิญญาณแห่งพิภพ ตลอดจนเจ้าที่เจ้าทาง ณ ที่แห่งนี้
โปรดรับบูชากำยานแห่งข้าพเจ้านี้ด้วยเทอญ


จากนั้นท่องบทสวดต่อไปนี้ 21 จบ หรือสวดไปเรื่อยๆ
พร้อมกับถือภาชนะใส่กำยานเดินไปให้ทั่วบริเวณบ้าน


นามา ซาร์วะ ตะถาคะตา อะวะโลกิเต
โอม ซัมบารา ซัมบารา ฮุง

ข้อ 4 ตั้งจิตอุทิศส่วนกุศล พร้อมอธิษฐานในสิ่งที่คุณปรารถนา
หรือหากกำลังประสบปัญหาใด
ก็สามารถขอพรให้นาคและวิญญาณในพื้นที่นั้นๆ
ช่วยคลี่คลาย และปกป้องคุ้มครองให้พ้นจากสิ่งชั่วร้ายต่างๆ


ที่มา มิติฮวงจุ้ย
ภาพประกอบ อินเตอร์เน๊ท

วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555

แก้วโป่งขาม กับความเชื่อ


มนุษย์เรามีความเชื่อถือในเรื่องพลังของแก้ว แต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
 แก้วโป่งข่ามยังมีคุณในแก้วต่างชนิด จากประสบการณ์ต่างๆตามลักษณะความเชื่อถือที่ ต่างออกไป
โดยมีความเชื่อว่า แก้วเป็นผู้เลือกเจ้าของ ถ้าใครได้ครอบครองถือเป็นผู้มีบุญบารมี
จึงมีการบูชาและมีคาถาเพื่อการบูชา


คาถาบูชาแก้วโป่งข่าม
ข่ามคง, แคล้วคลาด (แก้วทุกชนิด)
นะมะพะทะ นิมิพิทิ นุมุพุทุ

แก้วทุกชนิด
นะอุกะอะ นะมะมะอะ มะอุมะนะ อะนะอะมะ อะอุอุมะ อุนะอุอะ
(เจริญด้วยทรัพย์สมบิติ ปราศจากโรคภัย)

พิรุณแสนห่า(หรือแก้วชนิดอื่น)
พุทโธโมเธยยัง มุตโตโมเจยยัง ติณโณตาเรยยัง ปะสะหังปะตัง

หมอกมุงเมือง(หรือแก้วชนิดอื่น)
เทวะรานะมานะ (ภาวนาให้เกิดความร่มเย็น)

แก้วทราย(หรือแก้วชนิดอื่น)
สะมามิมิทธิมามิ (เจริญด้วยสมบัติ ร่ำรวยเงินทอง)


แก้วโป่งข่ามกับพิธีกรรม
การล้างแก้ว
เชื่อกันว่าการล้างแก้วเป็นการชำระล้างสิ่งไม่ดีที่แก้วได้ซึมซับเอาไปจาก ตัวเรา
โดยการนำแก้วไปล้างกับน้ำที่ไหล ซึ่งอาจจะเป็นลำธาร, ก๊อกน้ำ หรือน้ำที่รินออกจากแก้วก็ได้
(ล้างได้บ่อยเท่าที่มีโอกาส)

การขึ้นพานบูชาแก้ว จะกระทำกันในวันพระ โดยเฉพาะวันพระขึ้น 15 ค่ำ (วันเพ็ญ)
โดยการนำเอาน้ำสะอาด 1 แก้ว, ดอกไม้หรือเครื่องหอม (น้ำอบ, แป้งหอม ฯลฯ) ใส่พาน
และกำหนดจิตด้วย คาถาบูชาแก้ว (หากเป็น “แก้วเข้าแก้ว” ขอแนะนำให้หาหมากหนึ่งคำใส่พานด้วย)

แก้วอาบแสงจันทร์ การนำแก้วอาบแสงจันทร์ (วันเพ็ญ)
เชื่อกันว่า แก้วจะดูดซับพลังจากแสงจันทร์ ซึ่งจะมีผลทำให้แก้วมีพลังอานุภาพมากยิ่งขึ้น
และยังเป็นการทำให้แก้วนั้นบริสุทธิ์อีกด้วย (เป็นที่ทราบกันดีว่า ในทางวิทยาศาสตร์ระบุว่าดวงจันทร์มีพลังที่ส่งผลกระทบถึงโลก อันเป็นสาเหตุของน้ำขึ้น น้ำลง และอื่น ๆ)

การเข้าร่วมพิธีกรรมอื่น ๆ

เป็นการนำแก้วโป่งข่ามเข้าร่วมพิธีกรรมต่าง ๆ ของพระภิกษุสงฆ์ เนื่องจากแก้วจะได้ซึมซับพลังจากการแผ่เมตตาจิตของพระภิกษุ



ทั้งนี้สิ่งต่าง ๆที่กล่าวมานั้น ล้วนเป็นความเชื่อแต่โบราณมา ถ้ามีความเชื่อและศรัทธา
ก็จะเพิ่มพลังอานุภาพแห่งความศักดิ์ของหินศักดิ์สิทธิ์แก้วโป่งขาม
แต่ถ้าไม่มีความเชื่อและศรัทธาแล้ว ก็เหมือนกับหินธรรมดาก้อนหนึ่งเท่านั้นเอง

คำเตือน โปรดใช้วิจารณญานในการติดสินใจเชื่อหรือศรัทธา

เพชรพญานาค คืออะไรกันแน่

เมื่อเดือนที่แล้วได้มีโอกาสไปเข้าพบหลวงพ่อท่านหนึ่งมาจาก จังหวัด อุดร
และได้รับเพชรพญานาค มา 3 เม็ด ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมา ไม่เคยได้ยินชื่อไม่เคยรู้จักมาก่อน
ก็ได้รับคำบอกเล่าจาก ลูกศิษย์ของหลวงพ่อท่านนี้ว่า เป็นของศักดิ์สิทธิ์ ตอลดจนได้ดูภาพถ่าย
ของการทำพิธี ทำให้ต้องมาศึกษาดู ว่าแท้จริงแล้วเป็นอะไรกันแน่


การแบ่งสีสันของเพชรพญานาคนั้น
สามารถที่จะแบ่งออกได้
3 ประเภทคือ
1. สีอ่อนแต่ใส
2. สีเข้ม
3. สีเข้ม ออกโทนเทาดำจะมีอานุภาพพลังที่แตกต่างกันไปตามสีสันและตามขนาดสัณฐานด้วยยิ่งออกเป็นสีในประเภทที่ 3 ยิ่งมีพลังลึกลับอาถรรพ์เพิ่มมากขึ้น
การแบ่งตามวรรณะตามโทนสีของเพชรนาคา
สามารถแบ่งได้เป็น 7 วรรณะ
1. สีน้ำเงินวรรณะกษัตริย์
2. สีฟ้าน้ำทะเลวรรณะเชื้อพระวงศ์
3. สีเขียว วรรณะนักบวชผู้ทรงศีล
4. สีแดง วรรณะนักรบขุนพล
5. สีม่วงวรรณะขุนนาง
6. สีขาว วรรณะกลาง
7. สีเหลือง สีส้ม สีชมพู่วรรณะทั่วไป
นอกจากนี้ยังมีความเชื่อที่ว่าเพชรพญานาคหรือวัชรธาตุเพชรพญานาค ยังมีความศักดิ์สิทธิ์ และคุณสมบัติพิเศษในทางรักษาโรคภัยต่างๆได้อีก เช่น
                      สีขาว             รักษาเรื่องหลอดเลือดตีบ ความดัน
               สีน้ำเงิน          รักษาเรื่องไวรัส มะเร็ง แบคที่เรีย
               สีเขียว            รักษาเรื่องปวดเมื่อย เลือดไม่วิ่ง ปรับธาตุ
               สีแดง            รักษาเรื่องตับ เม็ดเลือด
               สีม่วง             รักษาเรื่องมะเร็งลำไส้
               สีเหลือง          รักษาเรื่องแบคทีเรีย ท้องเสีย
               สีฟ้า              รักษาเรื่องไวรัส
จากคำบอกเล่าโดยอ้างอิง :
หลวง พ่อเคยเล่าให้ฟังว่าเพชรพญานาคเป็นสมบัติของพญานาคและกว่าพญานาคแต่ละองค์ ท่านจะเนรมิตเพชรพญานาคสัณฐานต่างขึ้นมาได้จะบำเพ็ญเพียรบารมีมากว่าช้านาน จะต้องมีฌาณบารมีแก่กล้าจึงจะสามารถเนรมิตเพชรพญานาคอย่างที่เห็นขึ้นมาได้ อย่างเพชรพญานาคที่เป็นองค์กลมๆเม็ดก็มีจากเกล็ดของท่าน ถ้าเป็นพวกอาวุธจะเป็นของหายากเนื่องจากเป็นอาวุธของพญานาคที่ย่อส่วนมาดัง นั้นจะดีเด่นรอบด้านทั้งเสริมบารมีป้องกันตัวอุปถัมค์ค้ำชูวงตระกูล อย่างเพชรพญานาคที่เราเห็นแต่ฃะองค์กว่าพญานาคท่านจะเนรมิตขึ้นมาได้ท่าน ต้องบำเพ็ญบารมีเป็นสิบๆล้านปี 

แต่ปัจจุบันนี้ ได้มีของปลอมออกมาเยอะมาก โดยผลิตที่ประเทศจีน มีขายทั้งแบบอยู่ในหินและแบบที่เป็นลูกแก้ว ทำให้คนทั่วไปที่พบเห็นไม่มีความเชื่อถือคิดว่าเป็นเรื่องหลอกลวง  
ดังนั้นขอให้มีวิจารณญานในการบูชา ว่าสิ่งที่เราได้มาได้มาอย่างไร เป็นพุทธพาณิชย์หรือเปล่า
หรือได้มาโดยบุญบารมี