แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เืตื่อนภัยเรื่องรอบตัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เืตื่อนภัยเรื่องรอบตัว แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รวมหมายเลขโทรศัพท์เพื่อแจ้งเหตุฉุกเฉิน เตือนภัยหรือขอความช่วยเหลือในสถานการณ์น้ำท่วม

 ช่วงนี้อยู่ในระหว่างการเฝ้าระวังอุทกภัย ดังนั้นอยากให้มีหมายเลขฉุกเฉินเก็บไว้ยามจำเป็น
เพราะถ้ามีการประการให้เก็บของแล้ว ก็คงอีกไม่นานที่น้ำจะมา ขอให้เตรียมตัวให้พร้อม
เพราะว่าเมื่อถึงเวลานั้นแล้วอาจทำอะไรไม่ถูก

เป็นข้อมูลของหน่วยงานที่เราสามารถขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินหรือแจ้งเหตุได้

ขอโปรดทำในขณะที่ไฟฟ้ายังไม่ถูกตัด น้ำยังไม่ท่วมมาก
กระดาษยังไม่เปียก พิมพ์ข้อความต่อไปนี้ลงกระดาษ
แล้วพกติดตัวเอาไว้



(กรุงเทพฯและปริมณฑล)

- ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) สายด่วนรับแจ้ง-เตือนภัย ตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 1111 กด 5
- กทม. เปิดรับสายผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ โทร. 1555 ตลอด 24 ชม.
- ขอความช่วยเหลือจากเหตุน้ำท่วม(พื้นที่กรุงเทพมหานคร) ตลอด24 ชั่วโมง โทร 02-248-5115
- แจ้งเหตุ-ขอความช่วยเหลือเหตุน้ำท่วม ผ่านSMSสำหรับโทรศัพท์มือถือทุกเครือข่ายฟรี ส่งข้อความไปที่ 4567892
- สายด่วน ปภ. (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) โทร.1784
- บริการแพทย์ฉุกเฉิน และนำส่งโรงพยาบาล ศูนย์นเรนทร โทร.1669
- ตำรวจทางหลวง สอบถามเส้นทางน้ำท่วม ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โทร.1193
- สายด่วนกรมทางหลวง โทร.1586
- ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม โทร. 1356
- การไฟฟ้านครหลวง โทร.1130
- บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) โทร.1490
- ขสมก. แจ้งขอช่วยขนของหนีน้ำ 184
- มูลนิธิร่วมกตัญญู โทร 0-2751-0951-3 ตลอด 24 ชม.
- สอบถามเลขหมายโทรศัพท์ต่างๆ โทร.1133

- ศูนย์ช่วยเหลือ พระจอมเกล้าลาดกระบัง 02-329-8277, 02-329-8288, 02-329-8299
- ศูนย์พักพิงชั่วคราว ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 02-56440227, 02-5644028, 02-5644109, 02-5644440 ต่อ 1777, 1778
- ขอความช่วยเหลือ เคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง SOS ANIMALS Thailand 0863039806


เครดิต คุณ bigbossbear (^/\^)  ขอบคุณมากคะ
ขอบคุณ  คุณPimonratC แห่งเวปไทยเสียวบอร์ด มากค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เผยกลโกงหลอกถามรหัสผ่านของHotmail

ปัจจุบันอีเมล์ของ hotmail เป็นที่นิยมทั่วไปในหมู่ของนักอินเตอร์เน๊ท และคนที่ใช้เมล์นี้
ในการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือใช้ในการทำงานก็มีเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีบุคคล
บางพวกคิดทำการหลอกลวงเพื่อหวังผลจากการ หลอกถามรหัสผ่านโดยอาจจะมีการ
ส่งจดหมายปลอมมาทางอีเมล์ เพื่อหลอกให้เรากรอกข้อมูล user + password กลับไป
โดยอาจมีข้อความในจดหมายให้เราเชื่อหรือให้เราหลงกล กรอกข้อมูลไป
เป็นเหตุให้สามารถเข้ามายึดอีเมล์ของเรา และค้นหาข้อมูลสำคัญเอาไปก็ได้
ดังนั้น จึงควรระวังก่อนจะกรอกข้อมูลอะไรที่สำคัญลงไป ควรแน่ใจก่อนว่าเวปไซค์หรือ
อีเมล์นั้นมีความน่าเชื่อถือเพียงใด

ตัวอย่างบทความที่หลอกลวง
บทความนี้เป็นเรื่องจริงไม่ได้หลอกท่านแต่อย่างใด
เมื่อทำจริงก็จะได้ผลจริงทุกประการ
**คนอ่านเร็วๆกรุณาอ่านให้ช้าลง**
***โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน***



ก่อนอื่นสรุปก่อน ว่าข้อความข้างต้น คือวิธีส่ง username+password ให้คนอื่นนะครับ
(ก็มันบอกอยู่กว่าให้ใส่ user pass ของคุณแล้วก็ส่งไปเมล์ใครก็ไม่รู้)

แต่ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนทำตามก็มีเยอะ เพราะว่า user ที่เป็นระดับ user จริงๆนั้นยังมีอีกเยอะมาก
หากคนที่ได้เข้ามาเป็น programmer หรือว่ามีทักษะด้านการใช้อินเตอร์เน็ตมานานระยะหนึ่ง
(ถ้า user ทั่วไป ประสบการณ์ต้องมากกว่า 2 ปี) ก็จะไม่ทำตาม และจะไม่ค่อยเชื่ออะไรง่ายๆ
แต่ว่าหน้าใหม่มาใช้อินเตอร์เน็ตทุกวัน และก็ไม่น้อยที่ตกเป็นเหยือ
เรื่องนี้ไม่รู้จะแก้ที่ใครดีครับ เพราะว่า หน้าใหม่ก็ไม่รู้จริงๆ
ส่วนคนที่ทำ มันก็จิตใจต่ำ (เรียกว่างั้นก็คงไม่ผิด) เพราะว่าไม่คิดจะทำในสิ่งที่ดี
หรือไม่ต้องทำก็ได้สิ่งที่ดีน่ะ อยู่เฉยๆไม่ต้องสร้างความเดือดร้อนให้ใครก็พอ
คน ที่ email โดน hack สุดท้ายเรียกได้ว่าแทบหมดตัว


วันนี้ คุณเปลี่ยน password ของคุณแล้วหรือยัง
อย่าคิดว่าเรื่องเล็กนะครับ
และอย่าใช้ password เดียวกันในหลายๆระบบด้วย
เท่านี้ก็เป็นภูมิคุ้มกันให้อย่างดีในระดับนึงแล้ว

วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วิธีการป้องกันการถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวบนเน็ต ไปใช้

ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยที่การหลอกขโมยข้อมูลต่าง ๆ  ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตไปใช้ประโยชน์ต่าง ๆ
ของพวกมิจฉาชีพ แต่ก็ยังมีผู้ตกเป็นเหยื่อของอาชญกร อินเตอร์เน็ตพวกนี้อยู่เรื่อยๆ
ล่าสุดกรณีของ “เชอรรี่ หนูผี” ที่ถูกขโยข้อมูล อีเมล์ ไปใช้โดยการหลอก ให้กรอกข้อมูลต่าง ๆ
ผ่านทางอีเมล์ ก็เป็นอีกกรณีหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้งาน อินเตอร์เน็ตทุกวันนี้
ต้องมีความระมัดระวังตัวกันมากขึ้น และบทความด้านล่างนี้
ทางกอง บก.ของ ARIP.CO.TH ได้เขียนขึ้นเพื่อให้เป็นแนวทางให้ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตนำไปปฏิบัติ
เพื่อป้องกันตนเองจากการถูกขโมยข้อมูล  เห็นว่ามีประโยชน์ดีเลยหยิบมาให้ได้อ่านและศึกษากัน
เพื่อป้องกันตัวเอง

1. การอนุญาตให้แชร์ข้อมูลส่วนตัว แนะนำให้ลงทะเบียนในเว็บไซต์เฉพาะช่องที่ทางเว็บไซต์
ต้องการข้อมูลจริงๆ ส่วนช่องอื่นๆ พิจารณาดูตามความเหมาะสม จากนั้นกวาดสายตาหาเช็คบ๊อกซ์
ที่ระบุว่า มีการแชร์ข้อมูลส่วนตัวของคุณ ทางดีควรปฏิเสธการแชร์ข้อมูลจะดีกว่า
ด้วยการเลือก หรือไม่เลือกเช็คบ๊อกซ์นั้น
(อ่านเงื่อนไขก่อนว่า การเลือก หรือไม่เลือกนั้นหมายความว่าอย่างไร?)

2. ธุรกรรมออนไลน์ต้องมีกุญแจล็อค ทุกครั้งทีทำธุรกรรม ออนไลน์ ให้สังเกตสัญลักษณ์
ที่เป็นรูปแม่กุญแจล็อค (Lock) ทีบริเวณแถบสถานะ (Status bar) ที่อยู่ด้านล่างของบราวเซอร์
และ https:// ที่ปรากฎเป็นคำแรกในช่องแอดเดรสบาร์ (Address Bar) ซึ่งการปรากฎของข้อมูล
ทั้งสองอย่างนี้จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่า ข้อมูลของคุณได้รับการคุ้มครองให้ปลอดภัย
3. ระวังฟิชชิ่ง (Phising Scam) หากได้รับอีเมล์แจ้ง ปัญหาเกียวกับบัญชี
(username, password หรือหมายเลขบัญขีธนาคาร) การใช้บริการของธนาคารออนไลน์
หรือสถาบันการเงินออนไลน์ต่างๆ อย่าคลิกลิงค์ที่ปรากฎในอีเมล์ หรือให้ข้อมูลกลับไป
(เช่นกรณีทีเกิดกับคุณ “เชอรี่ ผุงประเสิร์ฐ” ซึ่งหากอีเมล์นั้นใช้ทำธุรกรรมออนไลน์ด้วย
อาจจะยิ่งอันตราย เพราะผู้ไม่หวังดีอาจใช้อีเมล์นี้ในการร้องขอพาสเวิร์ดอัตโนมัติ
หรืออ้างว่าลืมจากทางธนาคารได้) ควรจะคลิกเข้าไปในเว็บไซต์ธนาคาร
เพื่อตรวจสอบว่า แอคเคาต์ของคุณมีปัญหาจริง หรือไม่? ซึงหากพบว่า ปกติดี
ให้คุณรีบแจ้งทางธนาคารให้ทราบว่า มีการโกงในลักษณะนี้
เพื่อจะได้ไม่เกิดความเสียหายกับผู้อื่นด้วย อ้อ…อย่าตกม้าตาย
ด้วยการลืม Log out (Sign out) ทุกครั้งที่ใช้อีเมล์ หรือบริการเหล่านี้ด้วยนะครับ




4. ใช้บราวเซอร์ทีมีระบบการป้องกันฟิชชิ่ง บราวเซอร์ IE, Firefox
จะมีระบบตรวจจับเว็บไซต์ปลอม โดยจะแสดงผลเน้นชื่อโดเมนของเว็บไซต์ให้เห็นเด่นชัด
ดังนั้นทุกครั้งก่อนกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มออนไลน์ใดๆ โดยเฉพาะบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
หรือสถาบันการเงินต่างๆ ควรสังเกตชื่อโดเมนในช่อง Address Bar ทุกครั้ง

5. เสิร์ชอย่างปลอดภัย เพื่อความปลอดภัยในการค้นหาข้อ มูลบนเว็บไซต์ต่างๆ
แนะนำให้ติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส หรือโปรแกรมเสริมการทำงานที่มีระบบตรวจสอบ
ความปลอดภยของลิงค์ต่างๆ ในหน้าผลลัพธ์การค้นของเสิร์ชเอ็นจิ้นด้วย
โดยหากโปรแกรมเหล่านี้พบว่า ลิงค์ที่ค้นไม่ได้ไม่ปลอดภัยก็จะแสดงไอคอนเตือนให้ทราบทันที
ซึ่งหากไม่มี คุณผู้อ่านก็อาจจะคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์อันตรายที่หลอกขอข้อมูลไปจนถึงแฮค
เข้าไปในระบบผ่านช่องโหว่ของบราวเซอร์

6. ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ให้ปลอดภัยอยู่เสมอ
โน้ต บุ๊กคอมพิวเตอร์ของคุณควรได้รับการตั้งพาสเวิร์ดทีแข็งแรง เพื่อป้องกันการแอบใช้
หรือเจาะเข้าไปนำข้อมูลของคุณออกมาโดยง่าย ตลอดจนอัพเดตโปรแกรมระบบรักษาความปลอดภัย รวมถึงระบบปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอ การดูแลระบบให้แข็งแรงจะช่วยป้องกันการบุกรุกเข้าไปควบคุม หรือขโมยข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของคุณขณะออนไลน์ได้เป็นอย่างดี
หากเป็นไปได้ ไม่ควรให้ยืมคอมพิวเตอร์กับคนแปลกหน้า
และหากส่งซ่อมควรถอดฮาร์ดดิสก์ออกก่อน
(หากฮาร์ดดิสก์ไม่เสีย)
หรือสำรองข้อมูลสำคัญออกมา แล้วลบข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ออกไป

7. คิดก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะเรื่องทีเกียวข้องกับข้อมูลส่วนตัว ดังนั้นกฎเหล็กข้อหนึงในการป้องกันการขโมย และแอบอ้างข้อมูลส่วนตัวบนออนไลน์ไปใช้ก็คือ อย่าเชื่อทุกสิ่งที่เข้ามาในอีเมล์ ลบข้อมูลสำคัญๆ ออกไปจากเครื่องก่อนซ่อม หรือขายออกไป เพราะขโมยไม่ได้มีแค่ในโลกออนไลน์เท่านั้น
ความจริงยังมีวิธีป้องกันตัวเองอีกมากมาย แต่เชื่อว่า 7 ข้อที่นำเสนอในข่าวนี้
น่าจะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านหลายๆ ท่านพอสมควร สำหรับคุณผู้อ่านท่านใด
ทีมีวิธีการป้องกันดีๆ และอยากแชร์ให้ผู้อ่านท่านอื่นๆ ก็คอมเมนต์กันเข้ามาได้เลย
สังคมออนไลน์จะได้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ด้วยความปรารถนาดีที่มีต่อผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก http://www.arip.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553