วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

การเลือกอาหารสำหรับผู้ลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักควรเลือกอาหารที่มีคุณค่าสูงแต่ให้พลังงานต่ำ


หลักใหญ่ของการลดความอ้วนคือการกินอาหารให้น้อยกว่าที่ร่างกายใช้พลังงานไป
โดยร่างกายจะไปบังคับให้ดึงไขมันที่ถูกเก็บสะสมอยู่ตามที่ต่างๆออกมาใช้
ดังนั้นการลดแคลอรี่ที่เรารับเข้ามาจึงสำคัญพอๆกับการออกกำลังกาย
โดยการลดจำนวนอาหารที่กินเข้าไปนั้นไม่ควรลดลงมากในครั้งเดียว

วิธีที่ถูกควรจะลดอาหารลงครั้งละ 20% ของจำนวนแคลอรี่ที่คุณเคยกิน
ด้วยอัตรานี้คุณจะสามารถลดน้ำหนักที่เป็นไขมันล้วนๆลงได้ประมาณ 1-2 กิโล
ต่อสัปดาห์โดยที่ไม่รู้สึกหิวและทรมาน และยังเป็นน้ำหนักที่ลดลงอย่างถาวร
เพราะร่างกายมีเวลาปรับความคุ้นชินที่เพียงพอ

**อย่างไรก็ตามร่างกายมนุษย์ต้องการพลังงานอย่างน้อย 1,200 แคลอรี่
เพื่อให้อวัยวะภายในและระบบการทำงานต่างๆทำงานได้อย่างเป็นปกติ
ดังนั้นไม่ควรอย่างยิ่งที่จะรับแคลอรี่น้อยกว่านี้เพราะอาจเกิดอันตรายต่อร่างกายในระยะยาวได้

การกินอาหารที่มีคุณค่าสูงแต่ให้แคลอรี่น้อยนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องอดอาหาร

ให้เน้นรับประทานพวก คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน อาหารที่มีไขมันดี ผักผลไม้ และโปรตีน
1. คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน

สำคัญต่อผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักก็คือ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน
อาหารประเภทนี้ได้แก่ ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ถั่ว เป็นต้น
(ถ้าอยู่ในรูปธรรมชาติจะดีที่สุด คือมีเปลือก ไม่ผ่านการขัดสี และมีกากใย)
อาหารพวกนี้จะใช้เวลานานในการถูกย่อยเนื่องจากมีเส้นใย(fiber) อยู่มาก
ทำให้พลังงานค่อยๆถูกปล่อยออกมาทีละนิด เราจึงรู้สึกอิ่มได้นานโดยได้รับแคลอรี่ไม่มากเกินไป

2. ไขมันดี

ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักส่วนใหญ่จะไม่ทานไขมันเลย นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
ไขมันจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสร้างฮอร์โมนเพื่อให้ร่างกายเป็นปกติ
และไขมันยังช่วยในกระบวนการสร้างกล้ามเนื้อ และเป็นตัวทำละลายวิตามินบางชนิดอีกด้วย
ไขมันมีประโยชน์ เราจำเป็นต้องกินไขมัน แต่ควรจะเลือกรับประทานไขมันชนิดดีเท่านั้น
ไขมันดีได้แก่ไขมันที่ได้จากพืช เช่น น้ำมันมะกอก, อโวกาโด, ถั่ว,
ไขมันจากปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน เป็นต้น

ส่วนไขมันที่ต้องเลี่ยงคือไขมันจากสัตว์ เช่น มันหมู, น้ำมันปาล์ม, เนย
เนื่องจากเป็นไขมันที่สามารถไปอุดตันในเส้นเลือดทำให้เกิดโรคหัวใจได้

3. ผักและผลไม้

ผักและผลไม้เป็นอาหารที่มีกากใยสูง
จุดเด่นของอาหารประเภทนี้คือหนักกระเพาะ ทำให้อิ่ม
แต่ไฟเบอร์ไม่มีแคลอรี่ เราจึงอิ่มได้โดยไม่ได้รับแคลอรี่ที่มากเกินไป
ผักและผลไม้จึงเป็นของว่างอย่างดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน
แทนที่ยามบ่ายจะหยิบขนมกรุบกรอบมากินก็กินแอปเปิ้ลแทน
เพราะนอกเหนือจากจะอิ่มแล้ว
ใยอาหารจากผักผลไม้ยังช่วยขัดขวางไขมันในลำไส้เราให้ถูกดูดซึมได้น้อยลงอีกด้วย

4. โปรตีน

โปรตีนจำเป็นอย่างยิ่งในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
ผู้ที่อยู่ในช่วงลดความอ้วนมีแนวโน้มที่จะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้
ดังนั้นจึงควรรับประทานโปรตีนให้เพียงพออย่างน้อยจำนวน 0.8 กรัม
ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
(สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ อาจต้องเพิ่มไปจนถึง 1.8 กรัม / น้ำหนักตัว 1 kg)
โปรตีนชั้นดีได้จาก ไข่ นมขาดมันเนย เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา และถั่วต่างๆ

เตือนภัย !!! อีเมล์ หลอกลวง LOTTERY scam

เรื่องข่าวต่าง ๆ เกี่ยวกับการหลอกลวงทางอีเมล์นั้น
เราทุกคนก็มักได้ยินกันบ่อยๆ แต่ยังไม่เคยได้รับเองกับตัวก็เลยไม่ได้ให้ความสนใจ

แต่เมื่อวันหนึ่งได้รับจดหมายแบบนี้เข้า
ความรู้สึกแรกที่ได้อ่านคือ
1.แปลกใจ และก็สนใจ ที่บอกว่า คุณ

won £750,000.00 pounds 

from the British JUMBO draw

แต่ก็มาเอะใจ ว่า ไม่เคยส่งชิงโชคใดๆ

นอกจากโออิชิ

แล้วอยู่ ๆ ดันมีจดหมายมาบอกว่า ถูกรางวัล

2. ไม่จริง ไม่เชื่อ ต้องพิสูจน์ ก็เลยต้องทำการค้นคว้าหาข้อมูล

ว่าจริง ๆแล้ว มันคือจดหมายไรกันแน่

3. สรุปได้ว่า มันคือ LOTTERY scam
ที่ทำให้ คนมากมาย หมดเนื้อหมดตัวมาแล้ว 

อีเมล์ หลอกลวง LOTTERY scam

จึงอยากเตือนสติ...ว่า...

เราได้รับจดหมาย email 
จากใครก็ไม่รู้… แจ้งว่าเรา…ได้ลาภใหญ่

ทั้ง ๆ ที่เราไม่เคยส่งอะไรเข้าประกวดกับใคร อะไร ที่ไหน อย่างไร

เราควรระมัดระวัง…ให้จงหนัก

แล้วพิจารณาด้วยสติยั้งคิด และปัญญา 
และพิจารณาถึงเหตุผลอันควรความเป็นไปได้

จะช่วยให้รอดพ้นจากความโลภที่ทำให้สูญเสียทรัพย์ก็เป็นได้




วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556

รวมคำบทสวดแผ่เมตตาแบบยาว



คำแผ่เมตตาแบบ ครอบจักรวาล
       
 ด้วยผลบุญผลกุศลที่ข้าพเจ้า ...(ชื่อ-นามสกุล).... ได้กระทำมาในวันนี้
ข้าพเจ้าขออุทิศให้ทั่วถึงแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่ยังเวียนว่ายตายเกิดในวัฎฎะสงสาร
ทั้ง  20  ชั้น  ในพรหมโลก 6 ชั้น  เทวโลก  ในมนุษย์โลก  มารโลก  ยมโลก
ในอบายภูมิทั้ง  4  มี  นรก เปรต อสูรกาย  เดรัจฉาน  และในหมื่นโลกธาตุ
กับอีกแสนจักรวาลพิภพทั้งที่เป็นมนุษย์  อมนุษย์  รูปวิญญาณ  อรูปวิญญาณ
ทั้งท่านที่เป็นญาติ   ได้แก่มารดา บิดา ปู่  ย่า  ตา  ยาย  พี่  ป้า น้า อา ลูก  หลาน
เหลน  โหลน  ญาติทั้งหลาย ทั้งที่ล่วงลับไปแล้วก็ดี ที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ดี
รวมทั้งครู อุปฌาอาจารย์  ท่านผู้มีพระคุณทั้งหลาย  เทพเจ้าผู้ปกปักษ์รักษาข้าพเจ้า
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย  ที่คุ้มครองปกปักษ์รักษาข้าพเจ้า  และ ที่ข้าพเจ้าเคารพบูชา
บูรพกษัตริย์ -กษัตรี  วีรชน วีรสตรี ผู้กล้าเพื่อแผ่นดินทั้งหลาย
ท้าวจตุโลกบาลทั้ง  4  พระยายมราช  และบริวารทั้งหลายของพระองค์ท่าน
ยมบาล ยมทูต ท่านสุวรรณ  ท่านสุวาณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ ณ. สถานที่แห่งนี้
ผีบ้าน - ผีเรือน  เจ้าทุ่ง  เจ้าท่า  เจ้าป่า  เจ้าเขา  เจ้าถ้ำ  เจ้าที่  เจ้าทาง
เจ้าหนอง  เจ้าบึง  เจ้านา  เจ้าไร่  เจ้าสวน ทุกๆที่ ที่ข้าพเจ้าได้เหยียบย่าง
หรือผ่านทาง แม่พระธรณี  พระพาย  พระเพลิง  พระคงคา  พระพิรุณ  พระโพสพ  
แม่นางไม้ แม่นางกวัก พรายน้ำ กุมาร กุมารี สัมภเวสี ทั้งหลาย

          ด้วยผลบุญนี้  ข้าพเจ้าขออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย
ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินท่านมา    ด้วยกายกรรมก็ดี  วจีกรรมก็ดี  มโนกรรมก็ดี
โดยที่ข้าพเจ้าเจตนาก็ดี  มิได้เจตนาก็ดี  โดยที่ข้าพเจ้ารู้ตัวก็ดี   ไม่รู้ตัวก็ดี
ด้วยผลบุญนี้ข้าพเจ้าขออุทิศให้ศัตรูทั้งหลาย  มิตรทั้งหลาย
เพื่อประโยชน์  เพื่อความสุขของท่านทั้งหลายตลอดชั่วกาลนาน
ท่านที่มีความสุขอยู่ขอให้มีความสุขยิ่งขึ้น  ท่านที่มีความทุกข์อยู่ขอความทุกข์ของท่านจงหาย
เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย  จงโปรดอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วย
ส่วนตัวของข้าพเจ้าเองขอประกาศอโหสิกรรมให้แก่ผู้ที่ละเมิดล่วงเกินข้าพเจ้ามาแล้วเช่นเดียวกัน  ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาเป็นศัตรูกับท่านผู้ใด ขอเป็นมิตรกับทุก ๆ  ท่านตลอดชั่วกาลนาน

          ด้วยผลบุญนี้ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอธิษฐาน  ขอให้ข้าพเจ้าถึงซึ่งนิพพาน
ข้าพเจ้าจะบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์  ต่อชาติ  พระศาสนา  พระมหากษัตริย์
และบูชาคุณพระรัตนตรัย  ขอให้เป็นที่พึ่งของข้าพเจ้าตลอดไป

... ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอให้คำว่า  “  ไม่มี   ไม่ดี  ไม่ได้  ไม่สบาย  ”

จงอย่าปรากฏแก่ข้าพเจ้าอีกเลย นับแต่บัดนี้จนตราบเท่าเข้าสู่นิพพาน เทอญ


บทกรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร
เมื่อเสร็จพิธีทำบุญและพระสงฆ์กล่าวรับแล้ว
ให้กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรของเราโดยว่าดังนี้

ข้าพเจ้าขออุทิศบุญกุศลจากการเจริญภาวนานี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของข้าพเจ้า
ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินท่านไว้ ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ
ท่านจะอยู่ภพใดหรือภูมิใดก็ตาม ขอให้ท่านได้รับผลบุญนี้
แล้วโปรดอโหสิกรรม และอนุโมทนายบุญแก่ข้าพเจ้าด้วยอำนาจบุญนี้ด้วยเทอญ


คาถาแผ่ส่วนกุศล
อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่มารดา บิดาของข้าพเจ้า
ขอให้มารดา บิดาของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า
ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง เม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า
ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง สัพพะเทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเทวา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง
ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง
ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเวรี
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง
ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง
ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความสุขทั่วหน้ากันเทอญ


คาถาแผ่เมตตาตนเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ
อะหัง นิททุกโข โหมิ
อะหัง อะเวโร โหมิ
อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ
ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข
ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์
ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร
ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง
ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุขกายสุขใจ รักษากายวาจาใจให้พันจากความทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด

คาถาแผ่เมตตา
(แผ่ให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย) บทกรวดน้ำ (อุทิศส่วนกุศล)

อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า
ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้า จงมีความสุข
อิทัง เม ญาตินัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า
ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า จงมีความสุข
อิทัง เม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ
สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แด่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า
ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ จงมีความสุข
อิทัง สัพพะ เทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลาย
ขอให้เทวดาทั้งหลายจงมีความสุข
อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เปรตทั้งหลาย
ขอให้เปรตทั้งหลาย จงมีความสุข
อิทัง สัพพะ เวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเวรี
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย
ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงมีความสุข
อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพสัตตา
- ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง
ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข


สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ
อัพพะยาปัชฌา โหนตุ
อะนีฆา โหนตุ
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

บทแผ่เมตตารวมใหญ่
พระจุโลก พระยมกทั้ง ๔ ขอส่งน้ำอุทิศนี้เข้าไปในลังกา

ทวีในห้องพระสมาธิอันเป็นที่ทำการใหญ่ของแม่พรธรณี ขอ

อันเชิญแม่พระธรณีจงมาเป็นทิพญาณ เป็นผู้ว่าการในโลกอุดร

ขอให้แม่พระธรณีจงนำกุศลผลบุญและอานิสงส์ที่ข้าพเจ้าได้

กระทำการในครั้งนี้ นำส่งให้ข้าพเจ้า ณ บัดนี้ ณ ชาตินี้ ณ เวลานี้เถิด

            นิพพานะ ปัจจโย โหตุ พุทธังอนันตัง ธัมมังจักวาลัง

สังฆัง นิพพานัง

            ข้าพเจ้าขอแผ่เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ส่งอานิสงส์

ผลบุญนี้ให้แก่สรรพสัตว์ที่มี ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นธาตุทั้ง ๕ ขอให้

อานิสงส์ผลบุญนี้ จงสำเร็จกับ บิดา มารดา ครูอุปัชฌาย์ อาจารย์

เทพเทวาทุกๆ พระองค์ ตลอดจนเทพเทวาที่รักษาดูแลช้าพเจ้ามา

ทุกภพทุกชาติ ข้าพเจ้าขอนำส่งอานิสงส์ผลบุญนี้ให้กับบูรพมหากษัตริย์

ไทยทุกๆ พระองค์ ข้าพเจ้าขอนำส่งให้ ปู่นเรศวรมหาราช

ปู่ตากสินมหาราช ทูลกระหม่อมพ่อปิยมหาราช ตลอดจนองค์สมเด็จ

พระภูมิพลมหาราช พระราชินี และ พระมเหสีทุกๆ พระองค์ พระ

ราชบุตร และ พระราชธิดาทุกๆ พระองค์ ข้าพเจ้าขอนำส่งให้ปู่ฤษี

๑o๘ พระองค์ ปู่เสสุวรรณ ปู่พญาครุฑ ปู่พญาเต่า ปู่พญานาคราช

ตลอดจน พญางู พญาช้าง พญาเสือ พญาสิงส์ พญาแมงป่อง และ

ทวยเทพทุกๆ พระองค์ ข้าพเจ้าขอนำส่งให้บุคคลที่เคยมีสัญญากรรม

กับข้าพเจ้ามา ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินท่านไว้ในทาง มโนกรรม

กายกรรม วจีกรรม ตั้งใจก็ดี ไม่ได้ตั้งใจก็ดี ต่อหน้าก็ดีลับหลัง

ก็ดีในที่ลับก็ดี ในที่แจ้งก็ดี ข้าพเจ้าขออโหสิกรรม ขอให้ท่าน

ทั้งหลายที่ได้รับผลของการกระทำจากข้าพเจ้ามา

ได้โปรดมาอนุโมทนา บุญรับกุศลอานิสงส์ผลบุญจากข้าพเจ้า

และอโหสิกรรม ให้กับข้าพเจ้า ณ บัดนี้ด้วยเถิด

             ข้าพเจ้าขออำนาจพระพุทธ ขออำนาจพระธรรม

ขออำนาจพระสงฆ์ จงเป็นปัจจัยให้คำอธิษฐานของข้าพเจ้า

ทุกถอยคำจงบรรลุผลสำเร็จ ณ บัดนี้ เวลานี้ ด้วยเถิด

นิพพานะ ปัจจโย โหตุ สาธุ สาธุ สาธุ

ที่มา พระสำราญดอทคอม
ภาพประกอบอินเตอร์เน๊ท

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สุดยอดอาหารบำรุงสำหรับคนนอนดึก

จากสภาพปัจจุบันที่เปลี่ยนไปทำให้คนในยุคสมัยนี้
โดยส่วนมากจะนอนกันประมาณห้าทุ่มหรือเที่ยงคืน
หรือบางคนก็จะต้องทำงานเป็นกะ ทำงานกลางคืน
เป็นเหตุให้ร่างกายซึ่งโดยปกติแล้วจะต้องทำงานตอนกลางวัน
และนอนในตอนกลางคืน ต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตไป
เลยทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงระบบต่างๆ ภายในร่างกาย
ได้ทำงานผิดปกติไป

การนอนดึกมีผลทำให้ร่างกายอ้วนได้มากกว่าปกติ
เพราะคนที่อดนอนโดยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกหิวมากกว่าปกติ
ทำให้กินอาหารมากขึ้น จึงเป็นเหตุให้อ้วนง่ายกว่าเดิม

ดังนั้นการที่อดนอนก็จะต้องชดเชยในสิ่งที่ร่างกายได้ขาดไป
เนื่องจากกระบวนการทำงานที่เปลี่ยนไป
จึงควรจะรับประทานอาหารที่ช่วยในการเสริมสร้างสุขภาพ
จากหนังสือคู่มือดูแลร่างกายของคนนอนดึก
เขียนโดยนพ.กฤษดา  ศิรามพุช,
พบ.(จุฬาฯ)
ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ
American Board of Anti-aging medicine

ท่านได้แนะนำไว้ดังนี้
ควรทานเนื้อสัตว์สีขาว ที่ไปช่วยในการสร้างเคมีสมอง
ได้แก่ เนื้อปลา อกไก่ ไข่ขาว เต้าหู้

และในการช่วยในช่วยสื่อประสาทสมองทำให้ความจำดีคิดอ่านได้ว่องไว
ควรรับประทาน ข้าวกล้องงอก,มอลต์,ข้าวบาเลย์,ถั่วแดง,
ถั่วดำ,ลูกเดือยและธัญพืชอื่น ๆ 

ให้รับประทาน ถั่วเหลือง,ไข่แดง
ที่ช่วยสร้างความปรองดองเชื่อมโยงถึงกันในสมอง  ป้องกันความจำเสื่อม
ช่วยให้สมาธิและความจำไม่สะดุดลงด้วยอาการอดนอน

ช็อกโกแลตดำและโกโก้ร้อน
จะช่วยให้เลือดไหลลื่นในสมองป้องกันเส้นเลือดอุดตัน

และควรรับประทานปลาทูวันละ 2 ตัว หรือทูน่ากระป๋อง เพื่อเพิ่มโอเมก้า

กินไข่แดงวันละ 1 ฟอง ช่วยเพิ่มไบโอตินช่วยบำรุงสมองและเส้นผมได้ดี
เหมาะกับท่านที่อยู่ดึกและใช้สมองมาก

ใบบัวบก เป็นคลอโรฟิลล์จากธรรมชาติ
และยังมีสารช่วยลดการอักเสบของร่างกายจากภาวะนอนดึก

ใบของแปะก๊วยมีสารสำคัญที่ช่วยป้องกันสมอง เสริมสร้างความจำ

วิตามินบี ที่ช่วยบำรุงเส้นประสาททั้งร่างกาย
อีกทั้งสมองให้ตื่นตัวได้แม้ในยามอดนอน
มีผลกระตุ้นสมองป้องกันอาการง่วงมึนซึม

ดื่มน้ำให้มาก น้ำเปล่าธรรมดาดีต่อสมองเป็นที่สุด
เพราะก้อนสมองต้องอาศัยน้ำในการบำรุง
เช่นเดียวกับร่างกายที่นอนดึก สังเกตว่านอนดึกแล้วปากแห้ง
เพราะร่างกายคนนอนดึกไม่ได้พักจึงมีการสูญเสียน้ำไป

ที่มา teenee.com
ภาพประกอบ อินเตอร์เน๊ท

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ยาพาราเซตามอลอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ภัยร้ายในสุนัขและแมว


พอดีไปพบบทความในพันธุ์ทิพย์ ที่คุณหมออาสาได้ตอบปัญหา
ในเรื่องการให้ยาพาราเซตามอลกับสัตว์เลี้ยงแสนรักของเรา
เช่น น้องหมา และน้องแมว บางครั้งเราก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์
คิดว่ายาของคนก็รักษาหมาแมวได้ จนลืมนึกไปว่า
พวกน้องหมา น้องแมว นั้นตัวเล็กกว่าเรา น้ำหนัก หรือแม้แต่
เรื่องของร่างกายที่แตกต่างกันนั้นก็มีผลในการที่ทำให้พวก
น้องหมาและน้องแมวเกิดอันตรายได้จากการที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์
จึงได้นำบทความนี้มา เผยแพร่ต่อเพื่อให้เจ้าของน้องหมาและน้องแมวที่บางคนยังไม่รู้ถึงอันตรายของการให้ยาน้องหมาและน้องแมว
จะได้ระวังในการดูแลสัตว์เลี้ยงแสนรักของตนเองให้ดียิ่งขึ้น
และเพื่อความปลอดภัยกับน้องหมาและน้องแมวของเราค่ะ

ยาพาราเซตามอล ภัยร้ายในสุนัขและแมว

วันนี้หมออาสาตอบปัญหาสัตว์เลี้ยง
อยากเสนอความรู้ให้ผู้เลี้ยงสัตว์ที่ยังไม่รู้ถึงภัยร้ายของยาพาราเซตามอลให้ได้ทราบค่ะ

เมื่อสุนัขและแมวเริ่มมีอาการซึมโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือโดนกัด หรือตกจากที่สูง
รถชนก็ว่ากันไป เจ้าของจะคิดว่าตัวร้อน เป็นไข้ เจ็บปวด
และมักคิดเปรียบเทียบกับคนเราว่า ไม่สบาย ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดหัว ตัวร้อน
ต้องกินยาแก้ปวดลดไข้ ซึ่งที่หาได้ง่ายคือพาราเซตามอล ทั้งชนิดเม็ดและชนิดน้ำ

  คนมักป้อนครึ่งเม็ด หรือหนึ่งเม็ด
บางคนให้วันละ3ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น
ทีนี้มาดูผลที่เกิดกันนะคะ
ในสุนัข
1.ในทางสัตวแพทย์แล้วยาพาราไม่ควรให้
หรือถ้าจำเป็นสุดๆจริงๆ ให้ได้เพียงหนึ่งครั้ง
เพื่อบรรเทา กรณีหายาอะไรไม่ได้แล้วจริงๆ
แต่การให้ยาในสัตว์ ต้องให้ตามน้ำหนักตัว
เช่น คนหนัก 80-100 กิโลกรัม กินพารา 1 เม็ด เป็นอย่างต่ำในขนาดปกติธรรมดา
ในคนยาจะใช้คำว่าในเด็ก กับในผู้ใหญ่
แต่สำหรับในสัตว์ยาใช้ตามน้ำหนักตัว 
ดังนั้นพารา 1 เม็ดกับสุนัขเล็ก หรือขนาดธรรมดาทั่วไปถือว่าเป็นปริมาณที่มหาศาลมากๆๆ
2.หลังจากกินไปได้ 1-2 วัน อาจจะรู้สึกว่าสัตว์ลุกเดินได้
จากที่ไม่เดินเอาแต่นอนขดตัว
เจ้าของจะเข้าใจว่าสุนัขอาการดีขึ้น แต่หลังจากนั้น 7-10 วัน
หรืออาจจะภายใน 1 เดือนถัดมา
อาจมีอาการ ซึม อาเจียน ซีด เหลือง
ตรวจเลือดดูจะพบ ค่าตับ หรืออาจมีค่าไตสูง โลหิตจาง
ในสุนัขพอจะมีตัวย่อยพาราในตับบ้าง แต่ไม่ให้จะดีกว่าค่ะ

ในแมว
1.หลังกินพาราไม่ว่าจะชนิดเม็ดหรือน้ำ ไปได้ราวๆ 1-2 วันแล้วแต่ตัว
จะมีอาการน้ำหลายไหลมา หน้าบวม หน้ากลม หอบ ซีด
บางตัวปัสสาวะเป็นเลือดสด
2.เจ้าของบางคนอาจเข้าใจว่าตัวก่อนก็กินไม่เห็นเป็นไร
คือแมวเป็นสัตว์ที่กินยายาก(แล้วแต่ตัว)  บางตัวพอป้อนยาจะอมแล้ววิ่งไปคายทิ้ง
บางตัวพอยาเข้าปากจะสะบัดหัวอย่างเร็วยาจะหลุดกระเด็ดออกไปไม่ทันที่เจ้าของจะสังเกตเห็น
ก็จะคิดว่ากินเข้าไปแล้ว
3.ยิ่งยาน้ำ แมวยิ่งกินยาก กรณีให้พาราน้ำ แมวจะทำน้ำลายฟูมสะบัดทำให้ยาแทบไม่เข้าไป
ในการที่จะกลืนยาได้เลย บางตัวที่ป้อนยาน้ำไปแล้วขับพ่นมากับน้ำลายเลยไม่เป็นอะไร
4.บางตัวป้อนยาแล้ววิ่งหนีหายไป ไม่กลับมาอีกเลย
ถ้ากินยาเข้าไปจริงๆ จะไปออกอาการป่วยที่ไหนซักแห่งแล้วอาจไม่รอดชีวิตกลับมา

ผลพิษพาราเซตามอล 
ในแมวจะแสดงอาการชัดเจนและรุนแรงกว่าสุนัข
 เพราะแมวไม่มีสาร(เอ็นไซม์)ที่ใช้ย่อยยาพารา พาราจะทำลายตับ ไต
ทำให้ดีซ่าน เม็ดเลือดแดงแตก ไตวาย การหมุนเวียนเลือดเพื่อจับออกซิเจนถูกขัดขวาง
จะหอบซีดตาย  ต้องรีบพาพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด 
มียาแก้พิษพารา แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณ และระยะเวลาที่ได้รับเข้าไป 
สัตว์อาจต้องนอนให้น้ำเกลือให้ยาแก้พิษเข้าเส้น ให้ยาบำรุงตับ
หรือให้เลือดก็แล้วแต่กรณีค่ะ
หันมาใช้ยาแก้ปวดสำหรับสุนัขและแมวดีกว่าค่ะ

ในสุนัขบางตัวที่มีปัญหาโรคตับ โรคไต อยู่แล้ว
โดยที่มีประวัติป่วยอยู่หรือป่วยแต่ยังไม่แสดงอาการ ก็จะยิ่งไปซ้ำให้เป็นหนักกว่าเดิม
สุนัขที่สุขภาพแข็งแรงอาจยังไม่มีอาการอะไรให้เห็น
แต่พิษจะคงอยู่เรื้อรังในตับ หรือร่างกาย แล้วค่อยแสดงอาการซีด เหลือง
ตับวายใน 2-3 เดือนต่อมา ทั้งที่ผลเฉียบพลันหรือเรื้อรังขึ้นอยู่กับสภาพตัวสัตว์
แต่ที่แน่ๆคือ พาราเป็นยาพิษสำหรับแมวค่ะ

เจ้าของลองค้นหา พาราเซตามอล +สุนัข แมว ในกูเกิ้ลดูก็ได้ค่ะ
ที่กล่าวมาหมอเอามาจากประสบการณ์ ความรู้ที่เรียนมา
 และใช้ถ้อยคำที่เข้าใจง่ายๆคร่าวๆสั้นๆน่ะค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน
 หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ

ขอบคุณ คุณหมออาสาค่ะ
ที่มา pantip.com
http://pantip.com/profile/905300
ภาพประกอบ อินเตอร์เน๊ท

วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ระวังภัยร้าย...ทาง...Net

ภัยทางอินเตอร์เน็ทสำหรับผู้ที่ชอบทำธุรกรรมทางการเงิน
หรือข้อมูลที่สำคัญทางอินเตอร์เน็ท จากภัยแฝงที่มากับหน้าเวปต่าง ๆ

ระวังภัย มัลแวร์ใน Android 

ในรูปแบบของแอนตี้ไวรัส AVG ปลอม

 เนื่องจากปัจจุบันได้
มีกลุ่ม Hacker ที่เป็นมืออาชีพกำลังโจมตีผู้ใช้ Internet Banking ในประเทศไทย
 สิ่งที่ Hacker ต้องการมีสองอย่างคือ 
1.Login Name/Password เพื่อใช้ในการ login เข้าไปทำธุรกรรม
2.One Time Password เพื่อใช้ในการยืนยันการทำธุรกรรม 

อาชญากรทางอินเตอร์เน็ตอยู่ไม่ไกลตัวเราเลย
วืธีป้องกัน

1. ง่ายที่สุดแต่ไม่ 100% 
เวปบราวเซอร์ใช้ Chrome ครับเวลาเราเข้าเว็บที่ถูก Hacked และวาง Malware เอาไว้
ถ้ามันรู้จัก มันจะแจ้งเตือนและไม่ให้เราเข้าเว็บนั้น
แต่ถ้ามันไม่รู้จักก็ตัวใครตัวมัน 


2. เราจะเห็นว่า Hacker Injected Malware ผ่าน JAVA
หรืออาจจะ Plugin อื่นๆ เราสามารถปิด plugin เหล่านี้ได้ถ้าไม่ได้ใช้


3.Update OS, Web Browser, Plugin, Anti Virus ให้เป็น version ล่าสุดอยู่เสมอ 
เพื่อจะได้อุดช่องโหว่ต่างๆครับ

4.ถ้าเราไม่กรอกเบอร์หรือไม่ติด Malware ในโทรศัพท์ 
Hackerได้ Login Name/Password ก็ทำอะไรไม่ได้มากครับ 
เพราะฉะนั้นดูแลความปลอดภัยของโทรศัพท์ให้ดีๆ

ที่มา http://www.thaiseoboard.com/go/?https://www.facebook.com/photo.php?fbid=489851224420141&set=a.253651668040099.59247.139105159494751&type=1&theater

อ้างอิง https://www.thaicert.or.th/alerts/user/2013/al2013us007.html

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

การลดความอ้วนด้วยกล้วย

การลดความอ้วนด้วยกล้วย จากสูตรของคุณฮามาจิ 


การลดความอ้วนด้วยกล้วย โดย คุณฮามาจิ 
โดย คุณฮามาจิ เป็นคนที่มีปัญหาเรื่องความอ้วน ซึ่งมีน้ำหนักตัว 80 กิโล
ซึ่งได้ทำการลดความอ้วนมาแล้วหลายวิธี รวมทั้งการออกกำลังกายอย่างหนัก
และจากที่น้ำหนักตัว 80 กิโล ลดมาได้ 74 กิโล แต่ถึงแม้จะออกกำลังกายอย่างหนักแล้วก็ตาม
น้ำหนักที่ลดมาได้ถึง 74 กิโล ก็ไม่ลดลงอีก ซึ่งเป็นปัญหาของคนอ้วนทั่วๆ ไป
ที่เมื่อลดน้ำหนักไปได้ซักระยะหนึ่งแล้วจะลดน้ำหนักอีกไม่ได้

ดังนั้นคุณฮามาจิ จึงได้จัดสูตรให้เข้ากับการทำงานของร่างกาย 
โดยใช้วิธีแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องอดไม่ต้องทน ไม่เปลืองเวลา ไม่เปลืองเงิน 
ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายของคนเราจะใช้เวลาในการย่อยอาหารแต่ละอย่างไม่เท่ากัน
เช่น ผลไม้ ในผลไม้มีเอนไซน์ ที่ใช้ในการย่อยอาหาร ซึ่งต้องใช้เวลา 15นาที ในการย่อย
ส่วนแป้ง ต้องใช้เวลา 3 ชั่วโมงในการย่อย และจะทำให้น้ำย่อยมีสภาพเป็นด่าง
ยิ่งเป็นโปรตีนด้วยแล้วร่างกาย  ต้องใช้เวลาถึง 10 ชั่วโมงในการย่อย และทำให้น้ำย่อยมีสภาพเป็นกรด

 และถ้าเรารับประทาน โปรตีน +แป้ง บ่อย ๆ 
จะทำให้ระบบการย่อยอาหารไม่ดี 

 อาหารที่เรารับประทาน โดยปกติแบ่งได้ 3 กลุ่ม เป็นกลุ่มที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย
โดยที่กระบวนการเผาผลาญในร่างกายดูดซึมและย่อยได้ในที่ต่างกัน 
คาร์โบไฮเดรท จะถูกย่อยและดูดซึมในลำไส้เล็ก
โปรตีน จะถูกย่อยที่กระเพาะอาหารของเราได้
ไขมัน จะย่อยและดูดซึมในลำไส้เล็ก 

ส่วน กล้วย ที่มีคาร์โบโฮเดรท
จะถูกย่อยและดูดซึมที่ลำไส้เล็กเป็นบางส่วน และส่วนที่เหลือจะผ่านไปดูดซึมต่อที่ลำไส้ใหญ่
ซึ่งมีผลให้ช่วยลดแคลอรี่ได้บางส่วน

 ซึ่งวิธีการกินกล้วยลดความอ้วนนั้น ให้เริ่มโดย 

1.การกินกล้วยหอมอย่างเดียวในมื้อเช้า และเคี้ยวให้ละเอียด
โดยปล่อยให้ลิ้นได้รับรสอร่อยของกล้วย จะกินกี่ลูกก็ได้ 1-2 ลูกแล้วแต่ร่างกายต้องการ 
ส่วนคนที่ไม่ชอบกินกล้วยหอมจริงๆจะเลือกกินผลไม้อื่นก็ได้ 
แต่ให้เป็นชนิดเดียวอย่ากินปนกันหลายอย่าง

 2.ทานน้ำเปล่า ในอุณหภูมิห้องปกติ และจิบน้ำบ่อยๆ ตลอดวัน
ซึ่งการทานน้ำนั้น มีข้อดีคือ น้ำจะเข้าไปทดแทนการสูญเสียน้ำในร่างกาย
ปกติร่างกายของคนเรามีการสูญเสียน้ำตลอดเวลา
และน้ำทำให้อิ่มเพิ่มมากขึ้น ในน้ำมีสารอาหารซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณสารอาหารมากขึ้น

ในกรณีของคนลดน้ำหนัก จะเกิดภาวะเซลส์เหี่ยว
ซึ่งการทานน้ำจะช่วยป้องกันการเหี่ยวของเซลส์ในร่างกาย
ซึ่งน้ำเปล่าจะถูกดูดซึมและนำมาใช้ได้ทันที โดยที่ร่างกายไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อย 
แต่ถ้ายังหิวอีกหลังจากที่ทานน้ำแล้ว ให้เว้นช่วง ไปประมาณ 15-30 นาที ก็รับประทานข้าวได้
ควรเน้น ประเภทข้าวจะดีกว่า 

3.มื้อเที่ยง รับประทานอะไรก็ได้
แต่ขอให้เคี้ยวให้ละเอียด รับรสชาดอาหารให้เต็มที่
เพราะถ้าเราทานอาหารกลางวันน้อยๆ จะมีผลทำให้เราก็อยากจะทานขนมมากขึ้น

 4.ขนมของว่าง ทานตอนบ่าย 3 ทานได้วันละ 1 ครั้ง เท่านั้น 
ที่ให้กินตอนบ่าย 3 เพราะให้เวลากระเพาะอาหารจะได้ย่อยอาหารตอนเที่ยงได้บ้างบางส่วน
กินของว่างได้ทุกวันหากต้องการ แต่เพื่อไม่ให้กินมากเกินไป ควรกิน 1 อย่างต่อวันก็พอ
เแนะนำให้กิน Chocolate หรือ ขนมญี่ปุ่น ( ประเภทที่ทำจากแป้ง ถั่ว น้ำตาล) 
พวกไอศกรีม โดนัท มันฝรั่งทอด นานๆครั้งดีกว่า 
แต่ถ้าอยากให้เห็นผลเร็ว ให้เลือกกินผลไม้ แต่เลือกกินชนิดเดียวกันเท่านั้นจะเห็นผลดีกว่า
หลีกเลี่ยง คุ้กกี้ ไอศครีม ได้จะดีมาก 

 5.อาหารเย็น 6 โมงเย็น ไม่ควรเกิน 2 ทุ่ม
ควรเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ๆ จะได้หลับสบาย

 6.ควรออกกำลังกายบ้าง
 และไม่ต้องหักโหม เอาแต่พอดี แบบที่ร่างกายรับได้
อย่างเช่นการเดินแกว่งแขน ก็ได้

 7.การจดบันทึก
การรับประทานอาหาร เช้า กลางวันเย็น
การขับถ่าย วันละกี่ครั้ง
น้ำหนักเท่าไหร่

 อันนี้เป็นตัวอย่าง ไดอารี่ ของคุณฮามาจิ 
จากหนังสือหน้า 103 

 มื้อเช้า 7:10 กล้วย 2 ลูก,น้ำเปล่า 
มื้อกลางวัน 12:00 
ข้าวกล่องเอามาเอง (จดละเอียดว่าอะไรบ้าง), 
ไก่ทอด 2 ชิ้น, น้ำเปล่า 
 อาหารว่าง 15:00 ช็อกโกแลตบาร์ครึ่งแผ่น, น้ำเปล่า 
 มื้อเย็น 19:00 ข้าวแกงกะหรี่ 1 จาน, สลัดมันฝรั่ง, ซุป, น้ำเปล่า 
 มื้อดึก 21:00 ส้ม 2 ลูก, น้ำเปล่า 
 เวลานอน 23:30 
ออกกำลังกาย 
หายใจเข้าออกลึกๆ ก่อนอาหาร 
 การถ่าย ดีมาก 
น้ำหนัก 59.8 กิโล เทียบกับอาทิตย์ที่แล้ว -0.5 โล 

 ข้อคิดเห็น 
 วันนี้งานยุ่งมากๆ สงสัยช่วงนี้ต้องทำโอทีซักหน่อยแล้ว 
วันนี้หายใจเข้าออกลึกๆ ก่อนอาหารได้ครบทุกมื้อ 
 เคี้ยวข้าวละเอียดๆค่อยๆให้ลิ้นรับรู้รสชาดได้แล้ว 
จะเห็นว่าเค้าจดละเอียดเหมือนกันว่า 
กินอะไรตอนไหนอย่างไร 

ข้อดีคือ
ได้บันทึกน้ำหนักทุกวันนี่ว่าเท่าไหร่แล้ว และก็รู้ด้วยว่ากินอะไรไปบ้าง 
พอถึงตรงออกกำลังกายจะได้รู้ว่าวันนี้ได้ทำรึยัง 
 ข้อคิดเห็นก็จะบอกได้ว่า วันนี้เครียดมาก หรือ น้อยยังไง 
เพราะมีผลต่อการไดเอ็ท

8.นอนก่อนเที่ยงคืน 
ถ้าหิว มื้อดึก ไม่ควรเกิน 2 ทุ่ม
ก่อนนอน ควรกินผลไม้แทน
เพราะช่วงเวลานอนจะเป็นช่วงที่การทำงานของร่างกายจะสมบูรณ์ที่สุด
ซึ่งจะมีโฮโมนบางอย่างจะไม่ทำงานตอนเรานอนและโฮโมนบางอย่างจะทำงานตอนเรานอน 
และสารเมลาโทนินที่ร่างกายผลิตออกมาจะมีผลต่อคนนอนน้อย ทำให้กินเยอะขึ้น
ทำให้การเผาผลาญพลังงานผิดไป มีผลทำให้อ้วนขึ้นได้อีก


 จากผลการลดน้ำหนักของคุณฮามาจิ 80 ลด 74 แล้วไม่ลดถึงแม้จะออกกำลังกายเยอะมาก
แต่หลังจาก 6 เดือน ที่เริ่มใช้กล้วยลดน้ำหนัก ทำให้น้ำหนักลดไปอีก 13 กิโล เหลือ 61 กิโล
ใครสนใจอ่านเพิ่มเติมก็ไปหาหนังสือของคุณฮามาจิมาอ่านได้นะ

หนังสือที่จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักอย่างได้ผล
แถมยังมีสุขภาพผิวพรรณที่ดี มีสมาธิ
และดูอ่อนกว่าวัยอย่างน่าอัศจรรย์ด้วย "กล้วย"
มื้อเช้าในทุกๆ วัน
ชื่อหนังสือ ผอมสวยกล้วยช่วยคุณได้ โดย hamachi

ภาพประกอบอินเตอร์เนต